ลูกเหล็กเพลิงของทัพจินระดมยิงต่อเนื่องไม่ขาดสาย พุ่งข้ามฟากฟ้าประหนึ่งดาวตก ก่อนกระหน่ำลงบนเชิงเทินอย่างถี่ยิบ
ตูม! ตูม! ตูม!...
เสียงระเบิดนับไม่ถ้วนแผ่ขยายไปตามแนวกำแพงเมือง
เศษเหล็กบาง ๆ กระแทกหินบนเชิงเทินจนเกิดรอยขีดข่วนเล็ก ๆ มากมาย
โล่ในมือทหารซ่งเต็มไปด้วยเศษเหล็กบาง ๆ
เศษเหล็กบางส่วนแทงทะลุโล่เข้าไป กระทบเกราะเหล็ก
นับว่ายังดีที่มีเกราะเหล็กคุ้มกัน มิฉะนั้นเศษเหล็กเหล่านี้คงเฉือนเนื้อหนังจนขาดได้ง่ายดาย แล้วฝังเข้าไปในร่างกาย
อีกทั้งดินปืนในสมัยราชวงศ์ซ่งยังมีอานุภาพไม่ร้ายแรงถึงเพียงนั้น
หากเปลี่ยนเป็นกระสุนระเบิดในศตวรรษที่ 19 เพียงเท่านี้คนบนเชิงเทินก็คงล้มตายกันเป็นแถบ
ยิ่งไปกว่านั้น กำลังการผลิตดินปืนของราชวงศ์ซ่งยังไม่สมบูรณ์ จำนวนดินปืนของชาวจินจึงมีจำกัดเช่นกัน
ในเวลานี้ ทหารจินคนแรกที่ปีนบันไดเมฆขึ้นมาถึงพลันฟันขวานใส่ทหารซ่งบนเชิงเทิน
โชคดีที่ทหารซ่งผู้นั้นตอบสนองได้ว่องไว จึงยกโล่ขึ้นรับไว้ทันที
เสียงปังกลืนหายไปในความอึกทึกของศึกประชิดกำแพง ทหารซ่งรู้สึกเพียงแขนสะเทือนวูบ สหายที่อยู่ข้างกายก็รีบชักกระบองเหล็กออกมา
ศีรษะของทหารจินที่ยังไม่ทันชักขวานกลับถูกกระบองเหล็กฟาดเข้าใส่ หมวกเหล็กบุบลงไปส่วนหนึ่ง
แม้จะเป็นเพียงรอยบุบเล็ก ๆ แต่กะโหลกด้านใต้แตกละเอียดไปแล้ว
เขาร่วงลงไปอย่างไม่ยินยอม กระแทกร่างทหารจินที่ตายอยู่เบื้องล่าง ก่อนถูกผลักไปกองไว้ข้างทางและเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า
ไม่มีผู้ใดสนใจ ทหารจินเบื้องล่างเบียดเสียดกันแน่นขนัด ต่างปีนขึ้นรถห่านอย่างบ้าคลั่ง
