“ยุยงให้เผ่าทาทาร์กับเผ่าเมี่ยฉีเอ่อร์บุกโจมตีเผ่าฉีเหยียน ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างบอบช้ำ สูญเสียกำลังไปมาก ตัดขาดพันธมิตรระหว่างชาวซ่งกับทุ่งหญ้า จากนั้นค่อยยกทัพเข้ายึดเผ่าฉีเหยียน ผลักแนวรบซ่ง–จินไปถึงกองบัญชาการทหารเวยฝูแห่งเฮยซานและแถบเหอซี แผนการนี้รอช้าอีกไม่ได้แล้ว!”
ว่านเหยียนซีอินกล่าวด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน
“ภายในหนึ่งปี เราจะใช้เวลาหนึ่งปีเข้ายึดเผ่าฉีเหยียนให้ได้ อีกสองปีข้างหน้าก็ยกทัพไปซิงชิ่งฝู่กับแถบเหอซีได้แล้ว!”
อูจู๋กล่าวกับว่านเหยียนซีอินว่า “ดี เรื่องทุ่งหญ้ามอบให้เจ้าจัดการ”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ยามเย็นวันที่สิบ เดือนสิบเอ็ด หิมะโปรยปรายลงมาเล็กน้อยเหนือเมืองตงจิง
จ้าวเฉินลงจากรถม้าแล้วเข้าไปในจวนไช่
“อาจารย์”
“องค์ชาย เชิญนั่ง”
จ้าวเฉินมีสีหน้ากังวลใจ
“องค์ชายมีเรื่องทุกข์ใจหรือ?”
“เมื่อวานหวังจงหวังยื่นรายชื่อขุนนางของห้างการค้าอันเป่ยแห่งต้าซ่งต่อลี่ปู้”
ไช่เม่ากล่าวว่า “เรื่องนี้ข้าทราบแล้ว”
“จะตั้งห้างการค้าขึ้นที่อันเป่ยฝู่จริงหรือ?”
“องค์ชายมีข้อสงสัยอันใด?”
จ้าวเฉินทอดถอนใจ “ข้ายังไม่วางใจพ่อค้าเหล่านั้นอยู่ดี! ยามนี้ขุนนางกับพ่อค้ายังมิได้แยกจากกัน อีกทั้งพ่อค้าจำนวนมากได้รับการสนับสนุนจากราชสำนัก ย่อมยิ่งกำเริบเสิบสาน!”
ไช่เม่าถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “องค์ชายไม่คิดจะกลับคืนสู่ตำแหน่งรัชทายาทหรือ?”
จ้าวเฉินสะดุ้งเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าวันนี้ไช่เม่าจะกล่าวตรงไปตรงมาเช่นนี้
“ข้า...ข้าเพียงอยากทำงานบางอย่างในลี่ปู้”
“องค์ชายไม่เคยตรึกตรองหรือว่าเหตุใดฝ่าบาทจึงส่งท่านไปลี่ปู้?”
