ท่าเรือป๋อนียังคงคึกคักเช่นเคย
ยามเช้า กองทัพเรือของแคว้นป๋อนีต่างทยอยลงเรือ
สงครามเริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบงันเช่นนี้เอง
ในตอนแรก พ่อค้าที่ท่าเรือไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังจะเกิดศึก ทุกคนยังคงทำสิ่งที่ตนทำอยู่ตามปกติ
กระทั่งบางคนเห็นเรือรบของแคว้นป๋อนี ก็ยังไม่รู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดแปลก
ถึงอย่างไร เรือรบในยุคนี้เมื่อมองจากภายนอกก็แทบไม่ต่างจากเรือสินค้า โดยเฉพาะเรือรบของแคว้นเล็กอย่างป๋อนี
เมื่อเรือรบทั้ง 20 ลำรวมพลพร้อมแล้ว ก็เริ่มมุ่งหน้าเข้าล้อมเรือรบของกองทัพซ่งที่อยู่เบื้องหน้า
“เตรียมปืนใหญ่ให้พร้อม!” หลี่คุนก้าวขึ้นดาดฟ้าเรืออย่างรวดเร็วแล้วตะโกนเสียงดัง
เหล่าทหารซ่งบนดาดฟ้าเริ่มวุ่นวายกับการเตรียมการ บ้างกำลังเก็บใบเรือ บ้างขนย้ายกระสุนปืนใหญ่ บ้างเตรียมหน้าไม้
เรือแต่ละลำมีทหารซ่งราว 300 นาย มีเรือมาสองลำ รวมแล้วกองทัพซ่งมีทหารเพียง 600 นาย
ทว่าการรบทางทะเลกับการรบบนบกมีหลักการต่างกัน การรบทางทะเลพึ่งพาเรือรบและอาวุธมากกว่าจำนวนคน
“ท่านจ่งชานจวิน ศัตรูกำลังแล่นมาหาพวกเราแล้ว!” หวังเค่อตะโกนเสียงดัง
ทหารซ่งรอบข้างเข้าสู่ท่าเตรียมพร้อมรบ บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้น
“เห็นแล้ว” หลี่คุนกล่าว
กองทัพซ่งมีเรือสองลำ หลิวเซียงมีอีกหนึ่งลำ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเรือรบของกองทัพซ่งนัก
ยามนี้ลูกเรือบนเรือของหลิวเซียงต่างตกอยู่ในความหวาดกลัว
“นายท่าน ยามนี้จะทำเช่นไร พวกเราล่วงเกินชาวป๋อนีเข้าแล้ว!”
