เมื่อเผชิญหน้ากับรายงานศึกที่ประดังเข้ามาไม่ขาดสาย จงหานฝืนสงบใจ ข่มอารมณ์ให้นิ่ง
สงครามยังไม่สิ้นสุด จึงยังไม่อาจรู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ
ทั้งสองฝ่ายต่างยืนหยัดต้านทาน แข่งกันว่าใครจะพังทลายก่อน
จื่อฮุยสื่อแห่งชานจวินซือส่งรายงานสถานการณ์ล่าสุดเข้ามา “กราบทูลฝ่าบาท กองทัพส่วนกลางใกล้จะต้านไม่ไหวแล้ว!”
“ถ่ายทอดคำสั่ง ให้กองทหารม้าเหล็กกองทัพที่หนึ่ง ปีกซ้ายเทียนอู่ ออกศึกทั้งกอง!”
“รับบัญชา!”
ยามนี้ ทหารม้าเหล็กเทียนอู่ซึ่งอดกลั้นอยู่นอกสมรภูมิมาเนิ่นนาน ในที่สุดก็ได้รับคำสั่ง
ทุกคนเริ่มสวมเกราะอย่างรวดเร็ว แม้แต่ม้าศึกก็สวมเกราะเช่นกัน
แน่นอนว่าเกราะชนิดนี้เทียบกับกองทหารม้าเหล็กฝูถูไม่ได้ ทว่าก็เทียบเคียงได้กับเกราะเหล็กขนาดกลางของกองม้ากว่ายจื่อ
ชาวซ่งใช้ทหารม้าไม่เป็นหรือ?
ไม่ ไม่ใช่เช่นนั้น กองทหารม้าเหล็กอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินจีนซึ่งเคยเลื่องลือเกรียงไกรนั้น ถือกำเนิดขึ้นในต้าซ่ง
คำกล่าวที่ว่า “หนี่ว์เจินมีไม่ถึงหมื่นย่อมไม่เป็นภัย หากมีครบหมื่นยากจะต่อกร”
แรกเริ่มคำกล่าวนี้มิได้หมายถึงทหารม้าหนี่ว์เจิน แต่หมายถึงกองทหารม้าเหล็กอันดับหนึ่งในยุคต้นราชวงศ์ซ่ง นามว่ากองทัพจิ้งไซ่
กองทัพจิ้งไซ่มีไม่ถึงหมื่นย่อมไม่เป็นภัย หากมีครบหมื่นยากจะต่อกร!
ในอดีตกองทัพจิ้งไซ่แข็งแกร่งเพียงใด?
ชาวชี่ตันเป็นชนเผ่าเร่ร่อน มีทุ่งเลี้ยงม้าอันกว้างใหญ่ จึงสร้างกองทหารม้าเหล็กชั้นยอดของแคว้นเหลียวขึ้นมาได้ นามว่ากองทัพเถี่ยหลิน
ในสงครามเหลียวกับซ่ง ชาวเหลียวส่งกองทัพเถี่ยหลินซึ่งภาคภูมิใจนักหนาออกศึกด้วย
ทั้งผู้นำทัพยังเป็นแม่ทัพเลื่องชื่อแห่งแคว้นเหลียว เยลี่ว์ซิวเกอ ทว่ากลับพ่ายแพ้ย่อยยับต่อหน้ากองทหารม้าจิ้งไซ่แห่งต้าซ่ง
