ช่วงปลายเดือนห้า ชาใหม่ล็อตหนึ่งมาถึงมืออาล่าฮูสือ โดยขายในราคาครึ่งหนึ่ง
ครานี้มีชามาถึงรวดเดียวถึงหนึ่งหมื่นจิน จำนวนมากมายถึงเพียงนี้ไม่เคยมีมาก่อน
ทำให้อาล่าฮูสือตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ
อาล่าฮูสือเป็นคนทะเยอทะยาน หากไม่เป็นเช่นนั้น เขาคงไม่ยอมติดต่อค้าขายกับต้าซ่ง
ต้องรู้ว่าแต่ก่อนเขาสวามิภักดิ์ต่อแคว้นเหลียว ครั้นแคว้นจินล่มล้างเหลียว อาล่าฮูสือก็แทบไม่ขึ้นกับผู้ใด ท่าทีต่อแคว้นจินเองก็คลุมเครือ
หากแคว้นจินใช้กำลังเมื่อใด เขาก็จะถวายฎีกาสรรเสริญฮ่องเต้แคว้นจินทันที
ครั้นกองทัพจินจากไป เขาก็เริ่มคิดอ่านไม่ซื่อตรงอีกครั้ง
ในยุคที่แคว้นเหลียวรุ่งเรือง ชาวชี่ตันสามารถปกครองเผ่าวังกู่ได้เป็นอย่างดี เพราะชาวชี่ตันเองก็เป็นชนเผ่าเร่ร่อน
ชาวหนี่ว์เจินเป็นชนเผ่าประมงและล่าสัตว์ วิถีชีวิตแตกต่างจากชนเผ่าเร่ร่อนอย่างเผ่าวังกู่ เหล่าขุนพลหนี่ว์เจินจึงไม่ใคร่เต็มใจไปเที่ยวเล่นบนทุ่งหญ้า
นี่จึงเปิดโอกาสอันดีให้เผ่าวังกู่
เช่นเดียวกัน เผ่าต่าง ๆ บนทุ่งหญ้าม่อหนานก็มีท่าทีคลุมเครือ
ส่วนก่อนหน้านี้ที่จินอูจู๋ยกทัพไปปราบชาวเหมิงอู๋แห่งม่อเป่ย แม้จะเอาชนะชาวเหมิงอู๋ได้หลายครั้ง ทว่ากลับไม่ได้ประโยชน์แม้แต่น้อยจากสงคราม
ทำให้แคว้นจินจนปัญญากับทุ่งหญ้าอย่างสิ้นเชิง
เมื่อได้ชาล็อตนี้มา อาล่าฮูสือก็เตรียมเขียนจดหมายถึงเผ่าทาทาร์ เสนอขายชาในราคาสูง
หากไม่มีปัญหา อาจส่งชาไปขายให้เผ่าเค่อเลี่ยที่อยู่ทางเหนือยิ่งขึ้นไปอีกด้วย
