ยามนี้ เมื่อเห็นคนที่เกาชิวส่งออกไปกลับมา บรรยากาศภายในท้องพระโรงก็แปรเปลี่ยนอีกครั้ง
กลายเป็นบรรยากาศประหลาดพิกล
คนที่ก่อนหน้านี้ลุกขึ้นกล่าวแทนฉินฮุ่ย ต่างเริ่มกระวนกระวายอยู่ในใจ
พวกเขาไม่รู้ว่าเกาชิวกุมข่าวสารใดไว้ และจะส่งผลร้ายเช่นไร
ผ่านไปอีกครู่ใหญ่ จ้าวกวนเจียจึงเสด็จกลับมา
ยามนี้ ทุกคนในท้องพระโรงต่างตึงเครียดมาเป็นเวลานาน จนดูอ่อนล้าหมดแรงไปตาม ๆ กัน ราศีของแต่ละคนถดถอยลง
มีเพียงจ้าวกวนเจียที่ออกไปสูดอากาศอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นกลับมาอีกครั้งกลับกระปรี้กระเปร่าเต็มเปี่ยม
ทว่าเมื่อทุกคนเห็นจ้าวกวนเจียเสด็จกลับมา ก็รู้สึกว่าพระองค์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความสงบเยือกเย็นเช่นก่อนหน้ามลายหายไป แทนที่ด้วยท่วงท่าสง่างามดุจขุนเขาใหญ่ลึกสุดหยั่ง ราวกับมีพลังอันแข็งแกร่งยิ่งขุมหนึ่งซ่อนเร้นอยู่ภายใน
เกาชิวนำคำให้การเหล่านั้นขึ้นถวาย ขณะที่จ้าวหนิงกำลังอ่าน ทุกคนต่างใจจดใจจ่อจนแทบหยุดหายใจ
“เกาชิว!”
“กระหม่อมอยู่พ่ะย่ะค่ะ!”
“อ่านให้เราฟังทุกตัวอักษร!”
“นี่...” เกาชิวมีท่าทีลำบากใจอยู่บ้าง
“อ่าน!” จ้าวกวนเจียตรัสเสียงกึกก้องดุจมังกรพิโรธคำราม ก้องสะท้อนไปทั่วท้องพระโรง “มีคนกล้าทำ เราก็ไม่กลัวเสียหน้าหรอก!”
หัวใจของทุกคนพลันหนักอึ้ง รู้สึกราวกับมีก้อนหินใหญ่กดทับอยู่ในอก แม้แต่ลมหายใจก็หนักหน่วงขึ้น
ถึงขั้นมีบางคนขาอ่อนทรุดลงแทบจะล้มทั้งยืน
เกาชิวรีบรับคำให้การจากมือของหวังหวยจี๋
คำให้การนี้เขียนด้วยถ้อยคำเข้าใจง่าย เนื้อเรื่องเรียบง่าย กระชับ และล้วนเป็นประเด็นสำคัญ
“ติงซื่อเป็นพ่อบ้านจวนฉิน ได้รับคำสั่งจากหวังซื่อ ฮูหยินของฉินฮุ่ย ให้เขียนจดหมายถึงหวังเสี่ยนแห่งเจิ้งโจว สั่งให้รวบรวมมือสังหาร 358 คน เพื่อสืบข่าวของสำนักองครักษ์หลวง และลอบสังหารหลี่หุย”
