“จัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือยัง?” หลูอี้ถาม
“นายท่าน ทุกอย่างจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” ผู้พูดคือจางซื่อ ภรรยาของหลูอี้
กล่าวจบ จางซื่อก็ร้องไห้ออกมา
“เจ้าร้องไห้เรื่องอันใด?”
“นายท่าน พวกเราจะออกจากเจียงหนิงแล้วหรือเจ้าคะ?”
“เจียงตงเกิดเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ ตำแหน่งข้าหลวงตรวจการขนส่งของข้าคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว จึงต้องเตรียมการล่วงหน้า ขนเงินทั้งหมดที่สะสมมาหลายปีนี้กลับบ้านเกิด เมื่อกลับไปแล้วก็จะได้เสวยสุขไปตลอดชีวิต”
“เหตุใดนายท่านจึงต้องทำเช่นนี้ด้วยเจ้าคะ เป็นขุนนางใหญ่ดี ๆ อยู่แล้วแท้ ๆ”
“สตรีเรือนในจะเข้าใจอันใด!” หลูอี้กล่าวเสียงเย็นชาอย่างไม่ไว้หน้า “หากข้าไม่เชื่อฟัง ต่อให้ไม่ทำสิ่งใดก็ยังถูกปลดจากตำแหน่ง หากข้าลงมือทำ แม้ยามนี้จะเสียตำแหน่งไป แต่ภายหน้าก็ยังมีโอกาสได้รับมอบหมายงานสำคัญอีกครั้ง”
จางซื่อถอนหายใจ พลางกล่าวสะอึกสะอื้นว่า “แม้ข้าจะไม่เข้าใจ แต่การกระทำของนายท่านทำให้เจียงตงวุ่นวายถึงเพียงนี้ ราชสำนักจะยอมปล่อยท่านไปง่าย ๆ ได้อย่างไรเจ้าคะ?”
“หยุดร้องได้แล้ว! น่ารำคาญสิ้นดี!” หลูอี้กล่าวอย่างหมดความอดทน “พูดไปเจ้าก็ไม่เข้าใจ! เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงการแย่งชิงอำนาจระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ในราชสำนัก เมื่อมาถึงคราวของข้า ก็จำต้องลงมือ มิฉะนั้นเจ้าจะให้ข้ากลายเป็นฝ่ายปฏิรูปหรือ? ให้ขายที่นาทั้งหมดของบ้านหรือ? ให้เลิกกิจการเงินกู้อัตราดอกเบี้ยสูงทั้งหมดหรือ? เจ้ายอมได้หรือ?”
จางซื่อพึมพำว่า “ถึงอย่างไรเราก็มีเงินมากมายแล้ว ยังจะต้องการสิ่งเหล่านั้นไปทำไม ใช้เท่าไรก็ใช้ไม่หมด...”
“หากไม่มีเงินเหล่านั้น แล้วภายหน้าข้าจะใช้ติดสินบนคนในวงขุนนางได้อย่างไร พอแล้ว อย่าพูดอีกเลย เก็บข้าวของทั้งหมดให้เรียบร้อย นำกลับบ้านเกิด ซ่อนเงินให้ดีด้วย ข้าเขียนหนังสือลาออกถวายฝ่าบาทแล้ว อีกไม่นานข้าก็จะหลุดพ้นจากที่นี่”
