“กองทัพซ่งมาแล้ว!”
ฟูจิวาระ โยรินางะผุดลุกขึ้น สีหน้าเปลี่ยนฉับพลัน
“ขอรับ มาถึงมิซึกิแล้ว”
“มากันกี่คน?”
“สองพันกว่าคนขอรับ”
ฟูจิวาระ คิโยอากิที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะเสียงดัง “ฮ่า ๆ ๆ...”
ฟูจิวาระ โยรินางะถามว่า “โรคุโระ หัวเราะด้วยเหตุใด?”
“ข้าหัวเราะที่กองทัพซ่งเสียสติไปแล้ว มีคนแค่สองพันกว่าคนก็ยังกล้าย่างกรายเข้ามาในดาไซฟุ!” ฟูจิวาระ คิโยอากิลุกขึ้นเช่นกัน พลางชักดาบออกมา แววตาเผยจิตสังหาร “กองทัพซ่งรบที่แคว้นอิวามิได้อย่างราบรื่น จึงคิดว่าที่ใด ๆ ก็สามารถยึดได้ตามใจ ครานี้พวกเขาคำนวณผิดแล้ว!”
“กำลังของกองทัพซ่งมิอาจดูแคลนได้” ฟูจิวาระ โยรินางะกล่าวอย่างรู้สึกสะท้อนใจ
“พี่ใหญ่กังวลเกินไปแล้ว กองทัพซ่งมาถึงรวดเร็วเพียงนี้ ย่อมเป็นกองทัพที่เหน็ดเหนื่อย มิซึกิยังมีกำลังพลสี่พันกว่าคน ไม่จำเป็นต้องให้พวกเราลงมือ มอบให้มินาโมโตะ สึเนมาซะจัดการเองก็พอ พวกเราเพียงส่งคำไปบอกเขา ให้จับแม่ทัพนายกองของกองทัพซ่งเป็น ๆ แล้วส่งมาให้พวกเรา เราจะคุมตัวไปเกียวโต เพื่อให้คัมปากุและไดโจไดจินได้เห็นเป็นขวัญตา ดูสิว่าครานี้ไทระ ทาดาโมริจะยังกล้ากล่าวต่อหน้าจักรพรรดิว่าห้ามเป็นศัตรูกับกองทัพซ่งอีกหรือไม่!”
ฟูจิวาระ โยรินางะครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า เห็นว่าฟูจิวาระ คิโยอากิกล่าวมีเหตุผล
เขากล่าวกับผู้ที่มินาโมโตะ สึเนมาซะส่งมาว่า “จงไปบอกมินาโมโตะ สึเนมาซะว่า ต้องจับแม่ทัพใหญ่ของกองทัพซ่งเป็น ๆ!”
“ขอรับ!”
“ฮ่า ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ...” ฟูจิวาระ โยรินางะหัวเราะจนหุบปากไม่ลง “ข้าอยากเห็นนัก คนซ่งที่เรียกตนว่าราชสำนักสวรรค์แท้จริงแล้วมีความสามารถเพียงใด!”
