นี่คือสงครามที่เขาต่อสู้อย่างทุกข์ทรมานที่สุด
แม้แต่ศึกใหญ่ก็ยังไม่ทำให้เขาทุกข์ทรมานเท่าครั้งนี้
ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพจินชั้นยอดในระยะประชิด ทั้งยังต้องถ่วงรั้งกองทัพจินเอาไว้
เมื่อกองทัพซ่งเริ่มสูญเสียกำลังพล ขวัญทหารก็เริ่มมีปัญหา
เขาต้องไปกล่าวปลุกใจทหารทุกค่ายในแต่ละวัน คอยให้กำลังใจพวกเขา เพื่อให้ทุกคนอดทนต่อไป
แท้จริงแล้วก็เท่ากับกำลังบอกทุกคนว่า พวกเจ้าล้วนต้องตาย พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ก็ถึงคราวพวกเจ้าแล้ว แต่จงอย่าแตกตื่น
นี่คือบททดสอบอันใหญ่หลวงต่อจิตใจมนุษย์
ทั้งที่รู้ว่าต้องตาย แต่ก็ยังจำต้องอยู่ที่นี่
ความอดทนราวกับมิใช่มนุษย์เช่นนี้เองที่ฝืนถ่วงรั้งกองทัพจินไว้ได้ ทั้งยังรักษาชางโจวเอาไว้ สกัดกั้นกองทัพจินไม่ให้ยกทัพข้ามขึ้นไปทางเหนือของเส้นทางจิงตง ช่วยให้ชาวบ้านทางใต้พ้นทุกข์จากสงคราม
วันที่ 1 เดือนเก้า หลังถูกปลุกให้ตื่น เหยาเจิ้งลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ทำคือปลุกใจตนเอง เขานั่งปลุกใจเงียบ ๆ อยู่พักใหญ่
หลังสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาก็ราวกับกลับไปเป็นแม่ทัพผู้ห้าวหาญที่เข่นฆ่าศัตรู ก่อนจะพาคนออกไปและก้าวฉับ ๆ มุ่งหน้าไป
ใบหน้าของเขาซีดเซียวอิดโรย ทว่าแววตากลับสงบนิ่ง
“พวกทหาร! วันนี้ถึงคราวใคร!”
“รายงาน! วันนี้เป็นเวรของค่ายที่เจ็ด!”
“ค่ายที่แปดด้วย!”
ผู้ที่ก้าวออกมาทั้งสองเป็นตูอวี้โหวของค่ายที่เจ็ดและค่ายที่แปด
ทั้งสองคนต่างผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้ายังเปื้อนคราบเลือด
“ออกเดินทาง!”
“ขอรับ!”
ธงศึกของกองทัพซ่งเริ่มโบกสะบัดอีกครั้ง เสียงเขาสัตว์ก็ดังขึ้น
