วันที่ 26 เดือนสิบ จ้าวหนิงเพิ่งเดินทางถึงตงจิงได้ไม่นาน ก็ได้รับข่าวลับจากทางเหนือว่า จงวั่งสิ้นชีวิตที่เยียนจิง
จ้าวหนิงถือข่าวลับฉบับนั้น พลางมองท้องฟ้าทางเหนือแล้วถอนหายใจ ที่แท้ก็ยื้อไปได้อีกไม่กี่ปีจริง ๆ ช่างเถิด ยามนี้ไม่ใช่ปีจิ้งคังที่หนึ่งแล้ว ฉันไม่ต้องมีนายอีก
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีจิ้งคังที่แปด สถานการณ์ระหว่างซ่ง จิน และเซี่ยก็ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง
โครงสร้างใหม่กำลังก่อตัวขึ้น
พายุที่พัดกระหน่ำจากเปี้ยนจิงแห่งต้าซ่ง หาได้ส่งผลกระทบต่อแคว้นจินและซีเซี่ยเท่านั้นไม่
โครยอตกอยู่ในสภาพบอบช้ำ ถูกลดฐานะให้กลายเป็นพื้นที่ช่วงชิงทางยุทธศาสตร์ของสองมหาอำนาจแห่งยุค ทั้งยังกลายเป็นเหยื่อของศึกนี้
พายุครั้งนี้ยังจะพัดม้วนไปถึงต้าหลี่ และข้ามทะเลไปยังญี่ปุ่น
กระทั่งอาจพัดไปไกลยิ่งกว่านั้น
ยามเย็นวันที่ 26 ผืนน้ำในแม่น้ำเปี้ยนสะท้อนแสงอ่อนจางใต้แสงอาทิตย์สุดท้ายของฤดูหนาว ท่าเรือยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คน
สินค้าจำนวนมากถูกขนลงจากเรือ ณ ที่แห่งนั้น ก่อนลำเลียงไปยังโกดังสินค้าใกล้เคียง
ทุกครั้งก่อนตลาดกลางคืนจะเริ่มขึ้น หน้าวัดต้าเซียงกั๋วมักมีผู้คนอยู่ไม่น้อย
ในจำนวนนั้นยังมีแรงงานจากต่างถิ่น บ้างกำลังพินิจประกาศให้เช่าบ้านที่ติดไว้บนรั้ว
ตลาดเช่าบ้านในเมืองตงจิงคึกคักเป็นอย่างยิ่ง ค่าเช่าจึงถีบตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ได้ยินว่าขุนนางที่เพิ่งเข้ารับราชการได้ไม่นานหลายคน ยังหาเช่าได้เพียงบ้านเก่าทรุดโทรม
“ข่าวด่วน! ข่าวด่วน!”
ยามนั้น บนสะพานข้ามแม่น้ำเปี้ยน เด็กขายหนังสือพิมพ์หลายคนเริ่มตะโกนเรียกลูกค้าเสียงดัง
