“ฝ่าบาท หินชนิดนี้สารโซเดียมซัลเฟตพ่ะย่ะค่ะ”
เฉินกุยพินิจดูอยู่นาน ก่อนกล่าวขึ้น
จ้าวหนิงเพียงพยักหน้า มิได้แสดงความเห็นใด
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่รู้เรื่องเหล่านี้เลย
ไม่กล่าวส่งเดชในเรื่องที่ตนไม่เข้าใจ คือการเคารพความรู้ เคารพผู้อื่น และเคารพตนเอง
“มีดินประสิวอยู่มาก”เฉินกุยสูดดมอย่างละเอียด “สามารถแยกออกมาเพื่อทดลองปรุงดินปืนได้พ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวหนิงถามว่า “หากมีปริมาณมากพอ ดินระเบิดที่เราพูดถึงคราวก่อนจะผลิตได้คราวละมาก ๆ หรือไม่”
“ได้พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท ดินระเบิดที่กล่าวถึงคราวก่อนนั้น ที่แท้หมายถึงการเพิ่มปริมาณ หากคราวนี้จัดหาวัตถุดิบได้เพียงพอ ก็สามารถจัดเตรียมดินระเบิดจำนวนมากให้กองทัพได้พ่ะย่ะค่ะ”
ดินระเบิดที่เขากล่าวถึง แท้จริงแล้วยังคงเป็นดินปืนดำ มิใช่ทีเอ็นที เพียงเพิ่มปริมาณแล้วปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์เท่านั้น
ขอเพียงมีปริมาณมากพอ ก็สามารถฝังไว้ใต้หอประตูเมือง แล้วระเบิดกำแพงเมืองของแคว้นจินให้พังทลายได้
“เช่นนั้น จำนวนปืนใหญ่ที่ประจำการบนกองเรือก็เพิ่มขึ้นได้เช่นกันหรือ”
“ได้พ่ะย่ะค่ะ”
“ดี! เราแจ้งแม่ทัพชายแดนทุกคนแล้ว ให้พวกเขารายงานจำนวนปืนใหญ่ที่ต้องการ กรมอาวุธยุทโธปกรณ์ต้องเตรียมเพิ่มจำนวนปืนใหญ่ของราชสำนักขึ้นอย่างน้อยห้าเท่า!”
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอเพียงพริบตา ปีกลุ่มศกจิ้งคังก็ผ่านพ้นไป
เดือนแรกของปีที่สิบหกแห่งกลุ่มศกจิ้งคัง เมืองตงจิงมีหิมะโปรยปรายไม่ขาดสาย
นอกจากเข้าร่วมพิธีการช่วงเทศกาลตรุษจีนหลายครั้งแล้ว เวลาที่เหลือจ้าวหนิงมักเดินทางไปสถาบันศึกษาสรรพสิ่ง
