อูหลู่กลับมาแล้วหรือ?
ว่านเหยียนซาหลีกั่วกับอาปู้หันสบตากัน ต่างฝ่ายต่างงุนงงอยู่บ้าง
อูหลู่เพิ่งออกเดินทางเมื่อเช้าวาน เหตุใดจึงกลับมาเสียแล้ว?
ติ้งเซียงอยู่ห่างจากไต้โจวมากกว่าร้อยลี้ ต่อให้เดินทางเร็วเพียงใดก็ไม่มีทางกลับมาเร็วขนาดนี้
“ให้เขาเข้ามา”
อูหลู่ก้าวเข้ามาอย่างเร่งร้อน สีหน้าซีดเซียวกล่าวว่า “ตูถ่ง พวกเราถูกกองทัพซ่งลอบโจมตี!”
“เจ้าว่าอะไรนะ?” ว่านเหยียนซาหลีกั่วผุดลุกจากเก้าอี้
“ข้า... พวกเราถูกกองทัพซ่งลอบโจมตี!”
ว่านเหยียนซาหลีกั่วโกรธจนแทบหายใจไม่ทัน เขาคว้าคอเสื้ออูหลู่ไว้แล้วตวาดลั่น “หมายความว่าไม่มีเสบียงส่งมาจากทางใต้แล้วหรือ?”
“ตูถ่งโปรดระงับโทสะ ข้าน้อยก็ไม่ทราบว่ากองทัพซ่งซุ่มอยู่กลางทางนานแล้ว อีกทั้งล้วนเป็นทหารม้า กองทัพเราเดินทางมาทั้งวัน ย่อมเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ส่วนกองทัพซ่งพักรออย่างพร้อมสรรพ!”
“ช่างเหมือนเจอผีเสียจริง!” ว่านเหยียนซาหลีกั่วคำราม “หรือคนแซ่อู๋จะเสกทหารกองใหญ่ขึ้นมาจากพื้นดินได้!”
“ตูถ่งโปรดระงับโทสะ” อาปู้หันที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กล่าว “เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราควรคิดหาหนทางอื่น”
ว่านเหยียนซาหลีกั่วค่อย ๆ สงบสติลง
“ไม่บุกยึดด่านเยี่ยนเหมิน ก็ถอนทัพลงใต้ไปหาเสบียง” อาปู้หันกล่าว “เสบียงของกองทัพเรายังพอกินได้อีกเดือนครึ่ง ต้องเหลือเสบียงไว้ส่วนหนึ่งสำหรับถอนทัพ ป้องกันเหตุไม่คาดฝันและเตรียมรับมือไว้ให้พร้อม พูดให้ถูกคือ พวกเรามีเวลาเหลือเพียงครึ่งเดือน”
“ตูถ่ง สู้กับกองทัพซ่งให้รู้ดำรู้แดงไปเลย! เสบียงของกองทัพซ่งก็มีไม่มากเช่นกัน!” อูหลู่คล้ายคิดเบี่ยงเบนความโกรธของว่านเหยียนซาหลีกั่ว จึงกล่าวว่า “เหตุใดไม่บุกไต้โจวยามนี้ ยึดไต้โจวมาให้ได้ พวกเราก็จะมีเสบียง”
