พวกเขาเรียงแถวเป็นระเบียบดุจเกล็ดมังกร เคลื่อนพลไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียง แสงอาทิตย์สาดกระทบจนเกิดประกายระยิบระยับเป็นชั้น ๆ
ความเร็วในการเคลื่อนเข้าสู่สนามรบของพวกเขาไม่สูงนัก ยิ่งอยู่ห่างกันถึงเพียงนี้ ย่อมไม่อาจเริ่มโจมตีได้
ทว่าขณะนี้ กองทัพซ่งกุมความได้เปรียบในสนามรบไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเร่งร้อน
กลับเป็นว่านเหยียนป๋าหลีซู่ที่เริ่มร้อนใจ
กองหน้าพ่ายพัง ทหารเกราะหนักถูกสกัดไว้ ส่วนกองม้ากว่ายจื่อก็ไม่อาจหลุดพ้นจากการพัวพันได้
เขาทำได้เพียงสั่งให้กำลังหลักตั้งรับแน่นหนาขึ้น เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวในสนามรบ
จนถึงยามนี้ กองม้ากว่ายจื่อของกองทัพจินยังไม่ปรากฏความสูญเสีย
หากกองม้ากว่ายจื่อหลุดจากการรบกวนของทหารม้าซ่ง แล้วเข้าสู่สนามรบด้านหน้าได้ ก็ยังมีโอกาสเอาชนะกองหน้าของกองทัพซ่งอย่างเด็ดขาด พลิกสถานการณ์กลับมาได้
ถึงอย่างไรกำลังพลของกองทัพจินก็มากกว่ากองทัพซ่งถึงสามเท่า
ทว่าเมื่อหยางไจ้ซิงนำทหารม้าหนักเข้าสู่สนามรบ ว่านเหยียนป๋าหลีซู่ก็หมดโอกาสแล้ว
กองทัพเป้ยเหวยไม่ได้เข้าร่วมรบกับกองหน้า ทั้งยังไม่สนใจกองม้ากว่ายจื่อ แต่พุ่งตรงเข้าใส่กำลังหลักของกองทัพจิน
เมื่อว่านเหยียนป๋าหลีซู่ทราบว่ามีทหารม้าซ่งสายหนึ่งกำลังควบทะยานมาหาตน เขาไม่ได้สั่งถอยทัพ กลับสั่งให้ตั้งรับแน่นหนายิ่งขึ้น
ต่อให้คิดถอยทัพก็ทำไม่ได้แล้ว
กำลังหลักของกองทัพจินมีแนวป้องกันแข็งแกร่ง ทั้งยังมีทหารราบสวมเกราะเหล็กและพลธนูหน้าไม้จำนวนมาก
“กองทัพซ่งกล้าบุกเข้าใส่กำลังหลักของข้าเอง รนหาที่ตาย!” ว่านเหยียนป๋าหลีซู่ตะโกนก้อง ระบายโทสะออกมา “สังหารทหารซ่งสายนี้ให้สิ้น อย่าให้เหลือรอดกลับไปแม้แต่คนเดียว!”
