วันที่ 19 เดือน 11 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ว่านเหยียนซีอินตัดสินใจนำทัพใหญ่ลงใต้บุกโครยอ ฉินฮุ่ยในเมืองแกกยองก็ได้รับจดหมายลับจากจ้าวกวนเจีย
จะเรียกว่าจดหมายลับก็ไม่เชิง เป็นจดหมายเร่งเอาชีวิตจากหวังข่ายและเหล่าขุนนางแห่งโครยอเสียมากกว่า
กระนั้น นี่เป็นจดหมายเร่งเอาชีวิต แต่ไม่ใช่จดหมายปลิดชีวิต
ทั้งสองอย่างแตกต่างกัน
จ้าวกวนเจียชี้แจงเรื่องที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้อย่างกระชับ
หนึ่ง ทัพจินเคลื่อนลงใต้ โจมตีซีจิง แล้วสนับสนุนชาวโครยอให้เคลื่อนทัพลงใต้เพื่อช่วยเหลือราชสำนัก
สอง ทัพจินเคลื่อนลงใต้และลงมือรบด้วยตนเอง กองทัพซ่งจะต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังชั้นยอดของทัพจิน
ยิ่งกว่านั้น จ้าวกวนเจียยังชี้ประเด็นสำคัญของสถานการณ์ในยามนี้อย่างกระชับยิ่งกว่าเดิม นั่นคือรักษาหวังข่ายไว้ให้ได้
เพราะในยามนี้ หวังข่ายมีประโยชน์เพียงอย่างเดียว คือเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของราชวงศ์โครยอ
เมื่อมีเขาอยู่ในมือ กองทัพซ่งก็ยึดครองความชอบธรรมไว้ได้ จะกล่าวหาผู้อื่นว่าก่อกบฏเมื่อใดก็ได้ ทั้งยังสามารถรวบรวมขุนนางและผู้มีอิทธิพลจากทั่วทุกสารทิศของโครยอมาใช้ประโยชน์ได้
ขณะเดียวกัน จ้าวกวนเจียก็ชี้แจงชะตากรรมสุดท้ายของหวังข่าย ผู้เป็นประมุขแห่งโครยอไว้อย่างกระชับเช่นกัน
วันนั้น ฉินฮุ่ยได้พบกับหานซื่อจง
เขากล่าวว่า “ข่าวความพ่ายแพ้ของคิม บูชิกน่าจะไปถึงแคว้นจินแล้ว ทัพจินย่อมไม่ยอมเลิกรา เรื่องนี้เกี่ยวพันกับแนวลึกของฐานทัพชายแดนทั้งสองแคว้น”
หานซื่อจงพยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของฉินฮุ่ยเป็นธรรมดา
“หากชาวจินเคลื่อนทัพลงใต้ เป้าหมายแรกย่อมเป็นซีจิง” ฉินฮุ่ยกล่าวต่อ “หากข้าเป็นชาวจิน ย่อมต้องสนับสนุนชาวโครยอที่ฝักใฝ่จินในซีจิง แล้วรวบรวมขุนนางทางเหนือของโครยอเหล่านั้นตั้งกองทัพเคลื่อนลงใต้ ถึงขั้นอาจแทรกทัพชั้นยอดของจินเข้าไปด้วย”
