วันที่ 12 เดือนเจ็ด ยามเย็น ณ เยียนจิง
อวี่เหวินซวี่จงเข้าไปในจวนของว่านเหยียนชาง แล้วมาถึงสระน้ำแห่งหนึ่งในสวนชั้นใน
ว่านเหยียนชางกำลังแช่อยู่ในสระน้ำ ดื่มด่ำกับความเย็นสบาย
ฤดูร้อนในเยียนจิงก็ร้อนอบอ้าวจนยากจะทน ไม่ได้ต่างจากเปี้ยนจิงสักเท่าใด
“หลู่กั๋วกง อวี่เหวินซวี่จงมาถึงแล้ว”
ว่านเหยียนชางโบกมือ คนอื่น ๆ จึงถอยออกไป
“หลู่กั๋วกง มีเรื่องใดให้ข้าน้อยรับใช้หรือขอรับ?”
อวี่เหวินซวี่จงมองว่านเหยียนชางที่อยู่ในสระ สระแห่งนี้ดูหรูหราอย่างยิ่ง ก่อขึ้นจากก้อนหิน น้ำในสระใสจนมองเห็นก้นบ่อ
ในสระไม่มีดิน ไม่มีดอกบัว มิได้สร้างไว้เพื่อชมทัศนียภาพ หากสร้างไว้คลายร้อน
ในยุคสมัยที่ทุกสิ่งต้องอาศัยแรงงานคนขนย้าย การก่อสระเช่นนี้สักแห่งมิใช่เรื่องง่าย ต้องใช้แรงงานจำนวนมหาศาล
แต่ใครใช้ให้ที่นี่มีชาวฮั่นอยู่มากมายเล่า?
ล้วนเป็นแรงงานที่ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างทั้งสิ้น
ว่านเหยียนชางพิงขอบสระ โอบหญิงสาวรูปร่างบอบบางนางหนึ่งไว้ หญิงผู้นั้นมีผิวขาวดุจหิมะ ใบหน้างดงาม
นางแนบกายอยู่ข้างว่านเหยียนชางอย่างกระต่ายน้อยแสนว่าง่าย
อวี่เหวินซวี่จงรู้จักนาง นางคือหญิงคณิกาอันดับหนึ่งแห่งหอหมิงในเยียนจิง ผู้คนมากมายล้วนหลงใหลในตัวนาง
เหล่าบัณฑิตต่างใฝ่ฝันอยากยลโฉมนางสักครั้ง
ในสายตาผู้อื่น นางเป็นเทพธิดาสูงส่ง แต่เมื่ออยู่ที่นี่กับว่านเหยียนชาง นางก็เป็นเพียงหญิงที่คอยหัวเราะเอาใจอยู่ข้างกายเขา
“ซ่งกับจินเริ่มทำสงครามกันอีกแล้ว เจ้ารู้หรือไม่?” ว่านเหยียนชางเอ่ย
“ข้าน้อยได้ยินมาบ้างขอรับ”
ว่านเหยียนชางถามว่า “เจ้ามองเรื่องนี้อย่างไร?”
