เฟ่ยทิงอู่เหย่เบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ก่อนส่งเสียงร้องประหลาดออกมา
ขวานฟันผ่าเข้าที่หน้าผากของเฟ่ยทิงอู่เหย่ เลือดสดกระเซ็นเปื้อนตัวหลี่ฟู่
ชาวซีเซี่ยคนอื่นชะงักไปครู่หนึ่ง พอได้สติก็พากันหันหลังวิ่งหนี
แต่พวกเขาจะหนีรอดไปได้อย่างไร เหล่าเพชฌฆาตจากสำนักตรวจการทหารเหนี่ยวไกหน้าไม้ ลูกธนูพลันพุ่งออกไปราวห่าฝน
ผู้คนนับร้อยล้มลงกับพื้น ครั้นยิงลูกธนูจนหมดแล้ว หน่วยคุมเชิงบนหลังม้าจากด้านหลังก็ชักดาบควบเข้ามา เริ่มสับฟันราวกับกำลังหั่นผัก
เสียงกรีดร้องดังก้องในค่ำคืนหิมะโปรย
หยางอีจงสังหารชาวซีเซี่ยอย่างจริงจัง หน่วยคุมเชิงนับพันนายถูกแบ่งออกไป ต่างแยกย้ายกันปฏิบัติการ
รัตติกาลมืดมิด
ยามนี้ เริ่นเต๋อจิ้งกำลังมุ่งหน้าไปยังเหยียนโจวอย่างรวดเร็ว เขาจำได้ว่าเหยียนโจวยังมีกำลังพลเหลืออยู่สองหมื่นนาย เมื่อรวมกับเถี่ยเหยาจื่อสองพันนายในมือ เขาก็จะเดินทางกลับซิงชิ่งฝู่ได้อย่างรวดเร็ว
บุตรสาวของเขาเป็นพระสนมในวังหลัง ทั้งเพิ่งประสูติพระโอรส อาศัยฐานะนี้ เขาย่อมกุมอำนาจใหญ่ในซิงชิ่งฝู่ได้อย่างเต็มที่
แต่เขาหารู้ไม่ว่า ในเหยียนโจวยังมีกองทัพซ่งอยู่กองหนึ่ง
วันที่ 7 เดือนสิบ วันถัดจากศึกโย่วโจว เว่ยเซียงตื่นแต่เช้าตรู่ ออกเดินตระเวนไปทั่วเพื่อเยี่ยมเยียนผู้คน
“มีเนื้อหรือไม่? ขอเพียงแบ่งเนื้อให้ข้าสักหน่อย พอกลับไปข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นแม่ทัพ!”
“โอ๊ย ท่านเว่ยที่ปรึกษาใหญ่ ฟ้ายังไม่สาง ท่านก็เริ่มวาดวิมานให้พวกเราอีกแล้ว!” พวกทหารจากชานจวินซือพลิกตัวหนี ไม่สนใจเว่ยเซียง
“เจ้ามีเนื้อหรือไม่? ให้ข้ายืมสักหน่อย แค่ครึ่งชั่งก็พอ พอกลับไปข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นแม่ทัพ! เฮ้ พวกเจ้าน่ะ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าซ่อนเนื้อไว้...”
