เยลี่ว์จินกล่าวว่า “ตูถ่ง ทัพซ่งเห็นชัดว่าตั้งใจถ่วงเวลา พวกเราถอนทัพเถิด”
หากวันนี้ว่านเหยียนเสอมู่ถอนทัพ เขาก็คงไม่ใช่ว่านเหยียนเสอมู่อีกต่อไป
“ข้าติดตามไท่จู่ทำศึกเหนือใต้มาเนิ่นนาน ไอ้หมาซ่งใช้ลูกไม้กระจอกๆ คิดจะทำให้ข้าถอนทัพอย่างนั้นหรือ? พวกมันไม่ส่องดูตัวเองเสียบ้าง!”
“แต่ยามนี้พวกเราถ่วงเวลาไม่ไหวแล้ว”
ว่านเหยียนเสอมู่กล่าวอย่างเดือดดาลว่า “ผู้ใดกล้าพูดเรื่องถอนทัพอีก จับประหารให้หมด!”
เยลี่ว์จินปิดปากเงียบ
“ส่งกองหน้าไปหยั่งเชิง”
“ขอรับ!”
ทัพจินส่งกองทหารม้าราว 300 นาย ควบมุ่งเข้าหาทัพซ่งอย่างรวดเร็ว
คูดินนั้นไม่กว้างนัก หากม้าศึกกระโจนสุดกำลัง ก็สามารถข้ามมาได้
อย่างเช่นที่ทัพจินกำลังมาหยั่งเชิงให้เห็นอยู่ในยามนี้
ทหารม้าทัพจินค่อยๆ เข้ามาใกล้ ก่อนเร่งความเร็วและพุ่งเข้าโจมตี ในระหว่างนั้นมีบางส่วนถูกหน้าไม้ที่ทัพซ่งระดมยิงอย่างหนาแน่นจนตกจากหลังม้า แต่ด้วยยุทโธปกรณ์ชั้นเยี่ยมของกองม้ากว่ายจื่อ กำลังหลักจึงยังพุ่งเข้ามาได้
พวกเขากระโจนขึ้น ม้าศึกทะยานข้ามคูดินไป ทว่ากลับชนเข้ากับกองดินที่อยู่ด้านหลัง
จะว่าไป ชาวซ่งช่างเจ้าเล่ห์จริงๆ
พวกเขาจงใจขุดคูให้ม้าศึกกระโจนข้ามมาได้พอดี ทว่าพอข้ามมาแล้วก็จะชนเข้ากับกองดินทันที
ทหารม้าทัพจินบางคนพลิกคว่ำลงไปทั้งคนทั้งม้า กลิ้งตกลงในคูดิน
บางคนกระโจนขึ้นไปบนกองดินได้ แต่แรงพุ่งแทบหมดสิ้น ความเร็วชะงักลง ก่อนจะถูกพวกที่ตามมาชนจนพลิกคว่ำและร่วงลงไปด้วยกัน
ทหารทัพจินเหล่านั้นร่างกายบิดเบี้ยว บางคนยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ก็สิ้นใจไปเสียแล้ว
