เมื่อหานซื่อจงกล่าวเช่นนี้ ทุกคนต่างตื่นเต้นกันถ้วนหน้า
เหตุการณ์ที่ทหารโครยอบุกจู่โจมเมืองตูหลี่ในเดือนห้า ย่อมสร้างความเดือดดาลให้แก่กองทัพซ่งในเหลียวตงอย่างไม่ต้องสงสัย
การยื่นคำร้องขอให้ยกทัพไปโจมตีโครยอ บัดนี้กลายเป็นความเห็นพ้องของกองทัพซ่งในเหลียวตงแล้ว
หูเหยียนทงลูบเคราดกครึ้มของตน ก่อนหัวเราะเสียงดัง “ฮ่า ๆ ๆ! ข้าอยากบดขยี้โจรโครยอตัวน้อยพวกนั้นมานานแล้ว!”
“ห้ามประมาทเป็นอันขาด” หานซื่อจงกล่าว “พวกเราต้องข้ามทะเลไปทำศึกในโครยอ รุกลึกเข้าไปในดินแดนข้าศึก เรื่องนี้มิใช่เรื่องง่าย”
“ยามนี้พวกเรามีเรือลำใหญ่! ยกกองเรือรบไปจอดเทียบท่าชายฝั่งโครยอโดยตรง แล้วขึ้นฝั่งบุกตะลุยไปตลอดทาง!” หูเหยียนทงเป็นคนส่งเสียงดังที่สุด เขาหันไปมองจางหรงพลางกล่าว “ข้าพูดถูกหรือไม่ ชาวประมงจาง! ฮ่า ๆ ๆ!”
หานซื่อจงกล่าวว่า “ตามรายงานของหน่วยลาดตระเวนที่ลอบเข้าไปในโครยอ เมื่อเดือนก่อน เมืองแกกยองได้กวาดล้างขุนนางฝ่ายสนับสนุนซ่ง เรื่องนี้เกรงว่าจะเป็นฝีมือทัพจินที่คอยก่อกวนอยู่เบื้องหลัง”
เกิ่งจู้ นายทหารจากชานจวินซือเหลียวตงกล่าวว่า “หากเป็นเช่นนั้น ยามกองทัพหลวงประชิดเมืองแกกยอง แคว้นจินย่อมต้องออกมาไกล่เกลี่ยเป็นแน่”
หานซื่อจงกล่าวว่า “แคว้นจินเป็นมิตรของต้าซ่ง โครยอสังหารทูตของต้าซ่ง สังหารประชาชนของต้าซ่ง ก่อบาปมหันต์ถึงเพียงนี้ แคว้นจินจะยื่นมือเข้ามาไกล่เกลี่ยได้อย่างไร?”
ทุกคนชะงักงัน แม่ทัพหานคิดว่าข้าศึกจินดีงามถึงเพียงใดกัน?
แต่แล้วก็ได้ยินหานซื่อจงกล่าวต่อว่า “ผู้ใดก็ตามที่อ้างตนเป็นทูตชาวจินแล้วเข้ามาไกล่เกลี่ย ล้วนเป็นชาวโครยอปลอมตัวมาทั้งสิ้น ให้ประหาร ณ ที่นั้นทุกคน ห้ามหลงกลอุบายของชาวโครยอเป็นอันขาด ทุกท่านเข้าใจหรือไม่?”
