ว่านเหยียนจงหานไม่มีทางกล่าวประโยคนั้นออกมา
เขาไม่มีวันยอมรับบทความของจ้าวหนิง
หากยอมรับ ก็เท่ากับยอมรับว่าแคว้นจินไม่อาจทำลายราชวงศ์ซ่งได้
นี่ไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรีส่วนตัว หากเป็นปัญหาทางการเมือง และพัวพันกับผลประโยชน์ส่วนตนของเขา
เขาเป็นฝ่ายที่มุ่งทำลายซ่ง ส่วนใจความสำคัญของบทความนั้นก็คือ แคว้นจินไม่อาจทำลายราชวงศ์ซ่งได้
บทความนั้นย่อมทำให้ฝ่ายประนีประนอมในราชสำนักมีปากมีเสียงขึ้นมา และกลายเป็นภัยทางการเมืองต่อเขา ผู้เป็นแกนนำฝ่ายแข็งกร้าวที่ต้องการทำศึก
แท้จริงแล้ว การที่จ้าวหนิงเขียนบทความเรื่อง “ว่าด้วยช่วงต้นของศึกซ่งกับจิน” นั้นมีจุดประสงค์อยู่หลายประการ
ประการแรก หากสถานการณ์ดำเนินไปตามที่บทความบรรยาย ฝ่ายประนีประนอมในราชสำนักแคว้นจินย่อมมีหลักฐานยืนยันความคิดของตน และใช้โจมตีฝ่ายที่ต้องการทำศึกทางการเมือง
ประการที่สอง เพื่อรวมใจราชวงศ์ซ่งอันแตกแยกเป็นเสี่ยง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวในแนวคิดการทำศึก
เมื่อเผชิญวิกฤตล่มแคว้น แต่ละฝ่ายต่างมีความคิดของตน นับแต่สถาปนาราชวงศ์ซ่งขึ้นมา การแบ่งแยกอำนาจเพื่อคานกันและต่างฝ่ายต่างปกครองก็ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงขั้นน่าชิงชัง
ฉงซือจงเสียชีวิตในสนามรบได้อย่างไร?
เขานัดหมายกับเหยากู่ให้ยกทัพมารวมพลตามกำหนด แต่เหยากู่กลับไม่มาตามนัด กองทัพที่เหลืออยู่โดดเดี่ยวจึงถูกกองทัพจินทำลาย
กองทัพตระกูลเหยาของเหยากู่ก็มีจุดจบถูกกำจัดเช่นกัน
ยังมีหลี่กังอีกด้วย ต้นปีรัชศกจิ้งคังปีที่หนึ่ง เขาป้องกันเมืองตงจิงได้สำเร็จ แต่กลับถูกเขี่ยออกจากเมืองตงจิง แล้วส่งไปเป็นเซวียนฝู่สื่อแห่งเหอเป่ยและเหอตง ทว่ากลับไม่มีกองกำลังใดเชื่อฟังคำสั่ง ต่างฝ่ายต่างปกครองกันเอง
