วันที่ 14 เดือนเก้า ณ ซิงชิ่งฝู่
“แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” อุยหมิงอันฮุ่ยมาถึงพระราชวังแต่เช้าตรู่ ครั้นเห็นหลี่เฉียนซุ่นออกมา ก็ยิ่งร้อนใจ “ฝ่าบาท เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“เกิดเรื่องใดขึ้น จึงลนลานถึงเพียงนี้?”
“กองทัพซ่งยกทัพเข้ายึดตงเซิ่งโจวแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“กองทัพซ่งยึดตงเซิ่งโจวแล้วหรือ?” หลี่เฉียนซุ่นตื่นตะลึง สีหน้าแปรเปลี่ยนทันที “ข่าวเชื่อถือได้หรือไม่?”
“เป็นความจริงแน่แท้ กองทัพจินมาถึงเชิงเขาด้านใต้ของอินซานแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“อ้อ” หลี่เฉียนซุ่นจึงค่อยผ่อนลมหายใจ “ในเมื่อกองทัพจินมาแล้ว ปัญหาก็ไม่ร้ายแรงนัก”
“แต่ว่าชนเผ่าวังกู่ก่อกบฏ กองทัพจินกำลังปราบปรามชนเผ่าวังกู่อยู่ สถานการณ์ในสนามรบยังไม่กระจ่างพ่ะย่ะค่ะ!”
หัวใจของหลี่เฉียนซุ่นพลันกลับไปแขวนอยู่บนเส้นด้าย เขาจ้องอุยหมิงอันฮุ่ยแล้วกล่าวอย่างหงุดหงิด “เจ้าพูดให้จบในคราวเดียวไม่ได้หรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะ ๆ ชนเผ่าวังกู่ก่อกบฏ กองทัพจินกำลังปราบปรามชาววังกู่อยู่ กองทัพซ่งมิได้ยึดเพียงตงเซิ่งโจวเท่านั้น ยังระดมทหารจำนวนมาก หมายยึดดินแดนเหอหนานและครอบครองเชิงเขาด้านใต้ของอินซานด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“ไป! ไปตามอ๋องจิ้นมา! เร่งไป!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ไม่นานนัก หลี่ฉาเกอก็มาถึง
“ฝ่าบาท”
“อ๋องจิ้น กองทัพซ่งเริ่มโจมตีอินซานแล้ว!”
หลี่ฉาเกอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “กองทัพจินย่อมส่งทหารมา ไม่มีทางนั่งดูโดยไม่ทำอะไรแน่พ่ะย่ะค่ะ”
“กองทัพจินส่งทหารมาแล้ว”
“แม่ทัพคือผู้ใดพ่ะย่ะค่ะ?”
หลี่เฉียนซุ่นหันไปมองอุยหมิงอันฮุ่ย
อุยหมิงอันฮุ่ยกล่าวว่า “เป็นผู่ฉาสือเจียหนูนำทัพตะวันตกด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ”
“ในเมื่อผู่ฉาสือเจียหนูนำทัพตะวันตกด้วยตนเอง ยังมีสิ่งใดให้กังวลอีกพ่ะย่ะค่ะ?”
