วันที่ 17 เดือนเก้า ยามเช้าตรู่ จ้าวหนิงได้รับรายงานฉบับใหม่ เป็นสารที่เยว่เฟยส่งมา
“เยว่เฟยต้องการเปิดศึกตัดสินกับจงหานทางเหนือของเขาเฟิงหลง” จ้าวหนิงกล่าว
“ทางเหนือของเขาเฟิงหลงหรือ?” จางซูเย่เอ่ยอย่างฉงน “เหตุใดต้องเลือกบริเวณเหนือเขาเฟิงหลงโดยเฉพาะ?”
จ้าวหนิงกล่าวว่า “เยว่เฟยคิดล่อจงหานให้แยกออกมา แล้วอาศัยเขาเฟิงหลงลดข้อได้เปรียบของทหารม้าชาวจินให้มากที่สุด ภูมิประเทศของเขาเฟิงหลงก็หาได้อันตรายยิ่งไม่ เยว่เฟยคงคิดซุ่มทหารไว้บนเขา ล่อจงหานให้เข้าไป”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้” จางซูเย่กล่าว “จงหานผ่านศึกมานับร้อย เขาอาจไม่ยอมตกหลุมพรางของเยว่เฟย”
นี่เป็นเรื่องของความเป็นไปได้
จงหานอาจไปหรือไม่ไปก็ได้ หากไม่ไป เยว่เฟยจะส่งกำลังทหารไปยั่วยุจงหานอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายจะยื้อแนวรบกันอยู่ระหว่างหลวนเฉิงกับสืออี้
จงหานมีกำลังทหารเหนือกว่า หากรอจนเขาไม่คิดยื้อกับเยว่เฟยอีกต่อไป ก็สามารถส่งกำลังทหารส่วนหนึ่งตรึงเยว่เฟยไว้ แล้วเคลื่อนทัพลงใต้สู่เมืองจ้าวโจวต่อได้ทุกเมื่อ
“หากต้องการให้จงหานไปเขาเฟิงหลงทันที ก็ทำได้เช่นกัน” จ้าวหนิงกล่าว
“ฝ่าบาท หรือว่า...”
“ถูกต้อง ขอเพียงเราไปเขาเฟิงหลง จงหานย่อมยกทัพไปที่นั่นทันที”
จางซูเย่ตกตะลึง รีบกล่าวว่า “ฝ่าบาทโปรดอย่าเสี่ยงพระวรกายอันสูงส่งอีกเลยพ่ะย่ะค่ะ”
“ครั้งนั้นเรารบกับจงหานที่ซ่างตั่ง จงหานมิใช่คู่มือของเรา บัดนี้ก็ยังมิใช่!”
“ฝ่าบาทอย่าประมาทศัตรู!” จางซูเย่ยืนกราน “ครั้งนั้นจงหานถอนทัพขึ้นเหนืออย่างเร่งรีบ กำลังทหารอ่อนล้า แต่กองทัพใหญ่ของเขายามนี้ขวัญกำลังใจฮึกเหิม ทั้งยังมีกำลังพลเพียบพร้อม”
คำกล่าวของจางซูเย่มิได้ผิดไปนัก
