วันที่ 24 เดือนสิบ ยามเฉินปลายยามสาม หิมะโปรยปราย ฟ้าสางแล้ว
ทว่าทั่วหล้าขาวโพลน เงียบสงัดไร้สุ้มเสียง หิมะที่ตกต่อเนื่องมาหลายวันกลืนกินทุกสิ่งจนสิ้น
ทอดสายตาออกไป มีเพียงทุ่งหิมะอันกว้างใหญ่ไพศาล
นอกเมืองซุ่นโจวไม่มีสิ่งใดเลย
นับแต่ครั้งก่อนที่หลี่เยี่ยนเซียนเอาชนะทัพซีเซี่ยได้ถึงสองสาย บริเวณซุ่นโจวจึงสงบลงชั่วคราว
เพื่อให้ความร่วมมือกับกองทัพใหญ่ของจางจวิ้น หลี่เยี่ยนเซียนมิได้ยกทัพขึ้นเหนือในทันที หากพักฟื้นกำลังพลอยู่ภายในเมืองซุ่นโจว
เสบียงอาหารย่อมมีเพียงพอ ชาวซีเซี่ยกักตุนเสบียงไว้ในซุ่นโจวนานถึงครึ่งปี ทหารซ่ง 8,000 นายจะกินวันละสามมื้อ หรือจะทิ้งอีกสามมื้อ ก็ยังกินได้นานกว่าครึ่งปี
บนกำแพงเมือง ทหารซ่งที่เพิ่งกินอาหารเช้าเสร็จและมาผลัดเวรยาม พลันเห็นรอยดำเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นบนทุ่งหิมะสีขาวเบื้องหน้า
ทั่วหล้าเงียบสงัด ท่ามกลางเสียงลมและหิมะอันแผ่วเบา มีเสียงถี่กระชั้นแว่วมาให้ได้ยิน
คล้ายเสียงฝีเท้าของผู้คนเหยียบย่ำบนหิมะดังกรอบแกรบ
เสียงเหล่านั้นดุจคลื่นทะเลที่ค่อย ๆ ซัดเข้ามา ชัดเจนขึ้นทีละน้อย ก้องสะท้อนอยู่เหนือทุ่งหิมะ
ไม่นานนัก ก็เห็นเงาดำกลุ่มหนึ่งเคลื่อนขยับช้า ๆ บนทุ่งหิมะสีขาว
มองเห็นได้เด่นชัดยิ่งนัก
เสียงกลองดังขึ้นภายในเมืองซุ่นโจว นั่นคือสัญญาณว่าข้าศึกบุกมา
“ท่านแม่ทัพหลี่ ข้าศึกมาแล้ว” กวนซือกู่ตะโกนอยู่หน้าห้องของหลี่เยี่ยนเซียน
หลี่เยี่ยนเซียนเปิดประตูพลางกล่าวว่า “ข้าได้ยินเสียงแล้ว”
“มีจำนวนหลายหมื่นนาย!” กวนซือกู่กล่าว
“ดูท่าข้าศึกจินจะรู้ว่ากองทัพเรามีกำลังพลน้อยที่สุด” ใบหน้าหลี่เยี่ยนเซียนยังคงมีรอยยิ้ม ราวกับมิได้กังวลแม้แต่น้อย
