“การวางกำลังทหารรอบซิงชิ่งฝู่ เจ้าน่าจะรู้ชัดเจนกระมัง?”
“กระหม่อมทราบพ่ะย่ะค่ะ!”
“หลิงโจวมีกำลังพลเท่าใด?”
“ห้าหมื่นพ่ะย่ะค่ะ!”
“จิ้งโจวเล่า?”
“ห้าหมื่นพ่ะย่ะค่ะ!”
“ซุ่นโจวเล่า?”
“ห้าหมื่นพ่ะย่ะค่ะ!”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าผลของการหลอกลวงเราคืออะไร?”
“ขุนนางต่างแคว้นมิกล้าหลอกลวงโอรสสวรรค์เป็นอันขาดพ่ะย่ะค่ะ”
“เราย่อมเชื่อเจ้า ทว่าอ๋องผู่หลี่เหรินจงของพวกเจ้าก็ดูเหมือนจะอยู่ในค่ายทหารของเราเช่นกัน หลังจากถามเจ้าแล้ว เราจะไปสอบถามเขาเป็นการส่วนตัว หากคำพูดของเจ้ากับเขาไม่ตรงกัน เราก็คงต้องเชื่อเขาแล้ว!”
อุยหมิงอันฮุ่ยเหงื่อเย็นผุดซึมทั่วกาย ในใจคิดว่า จักรพรรดิสุนัขผู้นี้กำลังขู่ให้ข้าหลงกลหรือไม่
อ๋องผู่รู้การวางกำลังทหารด้วยหรือ?
“ในใจเจ้ากำลังสงสัยอยู่ใช่หรือไม่ ว่าอ๋องผู่ไม่มีทางรู้การวางกำลังทหาร?”
“ขุนนางต่างแคว้นมิกล้าพ่ะย่ะค่ะ”
“อ๋องผู่อาจไม่รู้ว่าบนเทือกเขาเฮ่อหลานมีกำลังทหารเท่าใด ไม่รู้ว่าหลิงโจวมีกำลังพลเท่าใด แต่เรื่องจิ้งโจวหรือซุ่นโจว อย่างน้อยเขาต้องรู้สักแห่งหนึ่ง หากคำพูดของเขาไม่ตรงกับที่เจ้าบอก เรารับประกันได้เลยว่า เหล่าทหารทั้งสามทัพจะได้เห็นศีรษะของเจ้าทันทีที่เงยหน้าขึ้น!”
อุยหมิงอันฮุ่ยตกใจจนรีบโขกศีรษะ ร้องเสียงดังว่า “โอรสสวรรค์โปรดไว้ชีวิต! เมื่อครู่ขุนนางต่างแคว้นจำผิดไปพ่ะย่ะค่ะ!”
“ยามนี้นึกออกแล้วหรือ?”
“นึกออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“ว่ามา!”
“บนเทือกเขาเฮ่อหลานมีกำลังทหารห้าหมื่น ซุ่นโจวสองหมื่น จิ้งโจวสองหมื่น เดิมทีหลิงโจวมีกำลังทหารห้าหมื่น ต่อมาถูกเกณฑ์ไปสามหมื่น จึงเหลือสองหมื่น ซิงโจวยังมีกำลังทหารอีกห้าหมื่น นอกจากนี้กองบัญชาการทหารเวยฝูแห่งเฮยซานมีสามหมื่น ติ้งโจวกับเมืองป้อมไป๋หม่าเฉียงมีทหารสองหมื่น ส่วนเหอซีมีกำลังทหารรวมสามหมื่นพ่ะย่ะค่ะ”
