อันที่จริง คำกล่าวของจางจวิ้นที่ว่าให้อดทนนั้น อาจเกินไปอยู่บ้าง
ยามศึกสงคราม ราชสำนักต้องการเสบียงสิ่งของมากขึ้น หากราชสำนักเป็นผู้จัดซื้อเอง ก็สามารถกระตุ้นอุปสงค์ภายในได้ในเวลาอันสั้น
ทว่าไม่ว่าศึกสงครามจะเป็นเช่นไร ท้ายที่สุดก็ต้องมีผู้รับภาระค่าใช้จ่าย
ถึงอย่างไรก็ใช้เงินไปมากมาย อีกทั้งยังมีผู้คนล้มตายมากมาย
แล้วใครจะเป็นผู้รับภาระ?
ฝ่ายที่พ่ายแพ้
ดังนั้นใจความสำคัญที่จางจวิ้นต้องการสื่อก็คือ หากเอาชนะได้ และยังเป็นชัยชนะอย่างรวดเร็ว ปัญหาทั้งหลายที่หูเฉวียนกล่าวมาล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่นานก็สามารถคลี่คลายวิกฤตจากการออกเงินตราได้ ด้วยการขยายการค้าสู่ภายนอกและนำทรัพยากรของซีเซี่ยกลับคืนมา
หูเฉวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลุกขึ้นประสานมือคารวะ “คำกล่าวของท่านอัครมหาเสนาบดีจาง ทำให้ข้าน้อยกระจ่างแจ้งดุจได้รับการชี้แนะ”
จางจวิ้นยิ้มพลางโบกมือ “ข้าไม่เข้าใจเรื่องเงินตรา เพียงมองเรื่องนี้จากมุมของสงครามเท่านั้น”
ทั้งสองพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง ก่อนหูเฉวียนจะเอ่ยถามขึ้นกะทันหันขณะกำลังจะจากไป “จริงสิ ท่านอัครมหาเสนาบดีจาง เคยได้ยินเรื่องสมาคมเสื้อเขียวหรือไม่?”
“สมาคมเสื้อเขียว? คล้ายเคยได้ยินคนกล่าวถึง เป็นห้างการค้าหรือ?” จางจวิ้นถาม
“ไม่มีอะไรขอรับ ข้าน้อยขอตัวก่อน”
ขุนนางใหญ่ผู้ดูแลทั้งทหารและการปกครองอย่างจางจวิ้น ปกติแล้วมีงานรัดตัวจนแทบไม่มีเวลาว่าง เพียงได้พบเขาสักครั้งก็นับว่าดีแล้ว
จ่งจื้อจื้อสื่อไม่อาจเข้าไปก้าวก่ายกิจการนอกเหนือจากงานทหารและการปกครองตามอำเภอใจ ในต้าซ่งถือเป็นการล่วงล้ำอำนาจ ทั้งยังอาจถูกผู้อื่นนำไปกล่าวหาได้
