กองทัพทั้งสองฝ่ายเคลื่อนเข้าประชิดกันอย่างรวดเร็ว จนเข้าสู่ระยะยิงของปืนใหญ่กองทัพซ่ง เสียงปืนใหญ่ของกองทัพซ่งพลันดังกึกก้อง
ทหารจินแถวหน้าถูกยิงเข้าเต็มเปา มีผู้เสียชีวิตคาที่ถึงหนึ่งร้อยคน ส่วนผู้บาดเจ็บก็มีอีกหลายร้อยคน
แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ ปืนใหญ่ของกองทัพซ่งไม่ได้ยิงต่อเนื่องเหมือนก่อนหน้า หากเว้นช่วงไปครู่หนึ่งจึงยิงระลอกที่สอง
จากนั้นเว้นไปอีกครู่หนึ่งจึงยิงระลอกที่สาม
เมื่อถึงระลอกที่สาม ทหารราบกองทัพจินก็เริ่มทนไม่ไหว
ในยามนั้น กองทัพจินกลับเริ่มตีฆ้องเรียกทหารถอยทัพ
“ฝ่าบาท ชาวจินถอยทัพแล้ว”
“เราเห็นแล้ว”
“แปลกนัก เหตุใดชาวจินจึงถอยทัพ?”
“จินอูจู๋กำลังหยั่งเชิงปืนใหญ่ของเรา” จ้าวหนิงทอดสายตามองค่ายทหารจินที่อยู่ไกลออกไป “การบุกครั้งที่สองอาจเกิดขึ้นหลังจากนี้ครึ่งชั่วยาม”
กองหน้าของกองทัพจินถอยพ้นระยะยิงปืนใหญ่ของกองทัพซ่ง แล้วตั้งขบวนอยู่กับที่ไม่ไกลนัก มิได้บุกต่อและมิได้ถอยไปอีก เพียงรอคำสั่งเท่านั้น
หน่วยสอดแนมควบม้ามารายงานอย่างเร่งร้อน “รายงาน! ปืนใหญ่ของกองทัพซ่งในครั้งนี้ยิงเว้นช่วง อีกทั้งพื้นที่ครอบคลุมยังลดลงอย่างเห็นได้ชัด”
อูจู๋ยังไม่ทันเอ่ยปาก เฉาหวั่งจือ หลิวเอ้อ และคนอื่น ๆ รอบกายก็เผยสีหน้าตื่นเต้นแล้ว
นี่หมายความว่าจำนวนปืนใหญ่ของกองทัพซ่งลดลงอย่างมาก
การบุกล้อมเมืองจากสามด้านเช่นนี้ แม้จะทำให้กำลังพลของกองทัพจินกระจายออกไป แต่ก็เป็นการบังคับให้กองทัพซ่งกระจายอำนาจการยิงออกไปเช่นกัน
ไม่นานนัก หน่วยสอดแนมอีกกลุ่มก็ควบม้ามารายงาน “รายงาน! ปืนใหญ่กองทัพซ่งยิงเว้นช่วง พื้นที่สังหารลดลงอย่างเห็นได้ชัด!”
