ผู่ฉาสือเจียหนูมีความมั่นใจเช่นนี้ก็พอเข้าใจได้
อย่างไรเสียเขาก็มีกำลังพลถึงหกหมื่นนาย หากกัดฟันบุกต่อไปจริง ๆ ด้วยความสูงของกำแพงเมืองตงเซิ่ง กองทัพซ่งย่อมต้านทานไม่ไหวภายในสิบวัน
“ยึดเมืองตงเซิ่งได้ นำอาวุธชนิดใหม่อันลึกลับเหล่านั้นกลับไป แม่ทัพใหญ่ฝ่ายซ้ายก็จะสร้างความชอบอีกครั้ง!” หลิวเอ้อกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ฮ่า ๆ ๆ ล้วนเป็นความดีความชอบของเหล่าทหารทั้งสิ้น!” เมื่อผู่ฉาสือเจียหนูได้ยินเช่นนั้น อารมณ์ก็พลอยเบิกบานขึ้น
“พักฟื้นสักคืน พรุ่งนี้ค่อยบุกอีกครั้ง ย่อมยึดเมืองได้ในคราเดียว!”
“อาล่าฮูสืออยู่ที่ใด?”
“อยู่ในกระโจมของตนขอรับ”
“ให้เขามาพบข้า!”
ไม่นานนัก อาล่าฮูสือก็มาถึง
“แม่ทัพใหญ่ฝ่ายซ้าย”
“พรุ่งนี้กองทัพเราจะบุกเมืองตงเซิ่งอีกครั้ง กองทัพซ่งย่อมส่งทหารม้าออกมา ภารกิจโจมตีทหารม้าของกองทัพซ่ง ข้ามอบให้เจ้า หากทำได้ดี ข้ารับรองว่าจะให้เจ้ามั่งคั่งรุ่งเรือง!”
“ขอรับ ขอบคุณแม่ทัพใหญ่ฝ่ายซ้าย ข้าน้อยจะทุ่มเทจนสุดกำลัง!”
เมื่อกลับถึงกระโจมของตน อาล่าฮูสือก็พาหม่าขาฉินมาด้วย แล้วเอ่ยว่า “เจ้าคิดเห็นอย่างไรกับการบุกเมืองวันนี้?”
“แม้กองทัพซ่งจะขับไล่กองทัพจินไปได้ แต่เมืองตงเซิ่งคงต้านทานได้อีกไม่นาน!”
“เช่นนี้ช่างน่าแปลก หรือชาวซ่งไม่มีทัพหนุน?” อาล่าฮูสือถามอย่างสงสัย
“ต่อให้มีก็ยากจะเข้ามาช่วย เกรงว่ากองทัพจินคงส่งทหารม้าไปซุ่มอยู่กลางทาง เพื่อรอเล่นงานพวกเรายามอ่อนล้า”
“เจ้าหมายความว่า กองทัพซ่งต้องพ่ายแพ้หรือ?”
“เมื่อดูจากสถานการณ์ยามนี้ ก็เป็นเช่นนั้นจริง!”
“หากกองทัพซ่งพ่ายแพ้ คิดจะออกจากฝู่โจวอีกครั้งก็คงยาก แคว้นจินย่อมส่งทหารมาปกครองตงเซิ่งโจว พวกเราคงทำได้เพียงพึ่งพาแคว้นจิน” อาล่าฮูสือทอดถอนใจ “ใบชาของพวกเรา!”
