“ในความเห็นของเจิ้น จินอูจู๋ไม่มีทางส่งกำลังหลักมาที่เหอตง ที่นั่นเป็นทางตัน!” จ้าวหนิงกล่าวอย่างมั่นใจ “เขาจงใจสร้างแรงกดดันแก่เจิ้น เพื่อบีบให้เจิ้นเข้าแทรกแซงการจัดวางกำลังของเยว่เฟย ทั้งยังต้องการมอบโอกาสให้ทุกท่านได้ควบคุมสถานการณ์ศึก”
ทุกคนได้ฟังดังนั้น ต่างหันมองหน้ากันไปมา
“รู้หรือไม่ว่าสิ่งใดยากที่สุด?” จ้าวกวนเจียตรัสต่อ
ทุกคนเงียบงัน ต่างตั้งใจเงี่ยหูฟัง
“การข่มใจไม่ให้ทำตามความปรารถนาของตนยากที่สุด” จ้าวหนิงหัวเราะ พลางสอดมือไว้ในแขนเสื้อยาว “เมื่อมีค้อนอยู่ในมือ เห็นสิ่งใดก็อยากตอกสักสองที”
“ทุกท่านล้วนเป็นขุนนางใหญ่ของราชสำนัก แม้ไม่ได้บัญชาการแนวหน้าโดยตรง แต่ก็ช่วยกองทัพจัดสรรเสบียงและกำลังสนับสนุน อีกทั้งในแต่ละวันยังเฝ้าติดตามสถานการณ์แนวหน้าอยู่มิขาด ต่างหวังว่าจะมีแผนอันแยบยลที่เอาชนะข้าศึกได้จากระยะไกลในช่วงเวลาสำคัญ”
ทุกคนกล่าวว่า “กระหม่อมทั้งหลายมิกล้าพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวหนิงโบกมือพร้อมรอยยิ้ม “ทุกท่านไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ เจิ้นเข้าใจความคิดเช่นนี้ บางครั้งเจิ้นเองก็อยากเขียนจดหมายไปหาเยว่เฟย บอกเขาถึงความเห็นของเจิ้นต่อสถานการณ์ศึกครั้งนี้ และบอกว่าเขาควรทำศึกอย่างไร!”
“แต่เจิ้นทำเช่นนั้นได้หรือ? เยว่เฟยต้องให้เจิ้นสอนการทำศึกหรือ? หากเจิ้นประเมินสถานการณ์ผิดพลาดจะทำอย่างไร? ทุกถ้อยคำที่เจิ้นกล่าว เยว่เฟยกล้าขัดได้หรือ? หากไม่ทำตาม สำนักตรวจการทหารจะโยนความผิดฐานขัดพระราชประสงค์ให้เขาหรือไม่?”
“ความพ่ายแพ้ตั้งแต่โบราณมา มิได้เกิดจากศัตรูภายนอก ตรงกันข้าม มักเกิดจากภายในเสียมากกว่า”
ผู้คนทั้งหลายถูกจ้าวกวนเจียตรัสจนงุนงงไปหมด
