“ขอทูลถามฝ่าบาท ข่าวลับนี้เชื่อถือได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” เยว่เฟยถาม
ข่าวลับที่ส่งมาจากโหยวโจวหรือ?
เยว่เฟยอดสงสัยไม่ได้ ดูท่าราชสำนักจะแทรกซึมสายลับไว้ในเยียนอวิ๋นไม่น้อย
“แปดหรือเก้าส่วนเป็นเรื่องจริง” จ้าวหนิงกล่าว “ให้ถือว่าเป็นเรื่องจริงไปก่อน”
“ยามนี้หานซื่อจงกำลังต่อสู้อย่างยากลำบากในเหลียวตง กองทัพจินเริ่มผลิตปืนใหญ่หนักเป็นจำนวนมาก กำแพงเมืองไม่อาจป้องกันกองทัพจินได้อีกต่อไป” จ้าวหนิงกล่าวต่อ
“กระหม่อมเคยอ่าน ‘รวบรวมกิจการทหารเหลียวตง’ ที่สำนักกิจการทหารและการปกครองส่งไปยังเหอเป่ยพ่ะย่ะค่ะ” เยว่เฟยกล่าว
“คนภายนอกล้วนเห็นว่าหลายปีมานี้ราชสำนักมีชัยเหนือแคว้นจินในศึกสงครามหลายครั้ง ถึงขั้นมีผู้คนยุยงให้ยกทัพขึ้นเหนือไปปราบจิน” น้ำเสียงของจ้าวกวนเจียหนักอึ้งอยู่บ้าง “แต่ในที่ซึ่งมองไม่เห็น ทุกสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไป”
จ้าวหนิงนั่งลงพลางกล่าวว่า “นั่งเถิด เรื่องนี้เราจะหารือกับเจ้าให้ละเอียด”
“พ่ะย่ะค่ะ” เยว่เฟยนั่งลง
“เราพบว่าทั่วทั้งราชสำนักยามนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศเหลาะแหละและยกยอปอปั้น ทุกคนต่างกล่าวว่าต้าซ่งของเราไร้ผู้ต้านทาน นิสัยเช่นนี้ไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้!” จ้าวหนิงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ฝ่าบาททรงมองการณ์ไกลพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวหนิงกล่าวต่อว่า “เผิงจวี่ หลายปีมานี้เจ้าอยู่แนวหน้ามาโดยตลอด ทั้งยังปะทะกับแคว้นจินมาหลายครั้ง เราอยากฟังความเห็นของเจ้าที่มีต่อแคว้นจินในยามนี้”
“แต่ก่อนแคว้นเหลียวรุ่งเรือง ทว่าจักรพรรดิเทียนจั่ว จึงสูญเสียแผ่นดินไป แคว้นจินในยามนี้แทบจะสืบทอดมรดกส่วนใหญ่ของแคว้นเหลียว กระหม่อมยังได้ทราบมาว่า ความสามารถในการถลุงเหล็กและตีเหล็กของชาวจินเหนือกว่าแคว้นเหลียว และยังเหนือกว่าต้าซ่งของเราด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“นั่นเป็นเรื่องเมื่อหลายปีก่อน ยามนี้ต้าซ่งตามทันทั้งการถลุงเหล็กและการตีเหล็กแล้ว” จ้าวหนิงเสริม “เจ้าพูดต่อเถิด จะกล่าวสิ่งใดก็ได้ วันนี้เรากับเจ้าในฐานะประมุขกับขุนนางถือว่ากำลังหารือกัน”
