ทหารม้าเหล็กกองทัพเทียนอู่หนึ่งหมื่นนายแบ่งกำลังออกเป็นสามสาย เคลื่อนทัพเข้ามา
ฝุ่นฟุ้งตลบ เสียงกึกก้องดุจฟ้าคำราม
มองเห็นมัดกล้ามบนตัวม้าศึกได้อย่างชัดเจน
ทหารม้าถือทวนยาว ท่วงท่าสง่างามองอาจ พุ่งทะยานผ่านทุ่งหญ้าราวดาวตก
เสียงตะโกนสังหารนับไม่ถ้วนดังขึ้นเป็นระลอก ประหนึ่งพลังไร้สิ้นสุดปะทุออกจากร่างของคนหนุ่มเหล่านี้ ก่อเกิดเป็นปราณอันเกรียงไกร กึกก้องสะท้อนไปทั่วเชิงเทียนซาน
ธงสีแดงผืนแล้วผืนเล่าคลี่สะบัดท่ามกลางสายลมกรรโชก ราวเปลวเพลิงลุกโชน
นี่คือยุคสมัยของผู้กล้า พวกเขาแสดงความฮึกเหิมอย่างเต็มที่ในสมรภูมิอันกว้างใหญ่ไพศาล
พวกเขาจะมุ่งหน้าไปไม่หยุดยั้ง ไร้ผู้ใดต้านทาน!
ป๋าซีมี่ได้ยินเสียงกีบม้าเหล็กมาตั้งแต่เนิ่น ๆ ใบหน้าซีดเผือด ก่อนตะโกนก้องไปทางปีกซ้ายและขวา “ตั้งรับ! ตั้งรับ!”
ใจคนดั่งสายน้ำ ความหวาดหวั่นถาโถมดุจคลื่น
ทหารม้าเหล็กเทียนอู่พุ่งเข้าชนกลุ่มทหารม้าฮุยกู่ ราวมีดร้อนตัดเนย กรีดแนวทหารม้าฮุยกู่ที่ทอดยาวห้าหกหลี่จนแยกออกเป็นหลายช่อง โลหิตสาดกระเซ็น
เสียงร้องครวญครางและเสียงกรีดร้องนับไม่ถ้วนถูกกลบใต้เสียงกีบม้าที่กระหน่ำดุจสายฟ้า
นี่คือคลื่นลมจากทิศตะวันออกของเทียนซาน คลื่นลมนี้แข็งแกร่งดุจเหล็ก
กองทัพซ่งไม่เพียงเจาะทะลวงแนวทหารม้าฮุยกู่ทั้งหมดในคราวเดียว ยังฉวยโอกาสที่โลหิตสาดกระเซ็นดุจสายฝน โอบล้อมตีโอบอย่างรวดเร็ว แล้วบุกทะลวงเข้าไปตัดแบ่งข้าศึกซ้ำไปซ้ำมา
หลี่เยี่ยนเซียนยืนอยู่บนแท่นบัญชาการ กล่าวอย่างสำราญใจว่า “ฮุยกู่พ่ายแล้ว เป่ยถิงหวนคืนสู่หัวเซี่ย”
