ในยามที่กองทัพจินคิดว่าใกล้จะตีแนวทัพซ่งแตกเต็มที ฟู่เลี่ยงก็นำทหารม้ามาถึง
เมื่อพบร่องรอยทหารม้าซ่ง กองม้ากว่ายจื่อของกองทัพจินก็ไม่กล้ารบกวนทัพซ่งต่อไปอีก รีบรวบรวมกำลังพลทันที เพื่อป้องกันมิให้ถูกทัพซ่งโจมตีเป็นกลุ่มใหญ่
ในยุคที่อาวุธยังเป็นของมีคม หากทหารราบกับทหารม้าผนึกกำลังและประสานงานกัน ย่อมมีอานุภาพยิ่งนัก
จางสั่วเห็นทหารม้าชาวจินทยอยถอนกำลังไป ก็พอเดาได้ว่าชาวจินคงตรวจพบกองหนุนของทัพซ่งแล้ว
เขาอดทอดถอนใจไม่ได้ “ท่านหลี่ไม่ควรส่งคนมาเลย!”
เป็นดังที่คาด หน่วยสอดแนมของกองทัพจินส่งข่าวไปถึงจงวั่งเช่นกัน
“ดี ทัพซ่งมาจริงด้วย” จงวั่งเผยรอยยิ้ม
กองม้ากว่ายจื่อของกองทัพจินเริ่มถอยร่น เว้นระยะห่างจากทัพซ่ง แล้วรวมกำลังกัน
ฟู่เลี่ยงนำคนมาถึง เมื่อพบจางสั่วก็กล่าวว่า “จางจ่งก่วน ข้ารับบัญชาท่านหลี่มาช่วยเหลือ”
“กำลังหลักของชาวจินคงรุดหน้าเข้ามาแล้ว พวกเราจงกลับชางโจวโดยเร็ว”
เมื่อเห็นว่าผู้ที่มามีเพียงทหารม้า จางสั่วก็คลายใจ
ยังดีที่กำลังหลักซึ่งรักษาการณ์ชางโจวไม่ได้มาด้วย
กำลังทหารชางโจวด้อยกว่ากองทัพของเยว่เฟย ไม่อาจตั้งแนวรบประจันหน้ากับกองทัพจินได้
จางสั่วหันกลับไปมองกองม้ากว่ายจื่อที่อยู่ไม่ไกล เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายยังไม่คิดจะโจมตีในยามนี้
กาลเวลาค่อย ๆ ล่วงผ่าน ไม่นานก็ถึงเที่ยงวัน เหล่าทหารล่าถอยไปพลาง กินแผ่นแป้งไปพลาง
“รายงาน!” หน่วยสอดแนมมาถึง “รายงาน พบกองทัพทหารราบจินจำนวนมากกำลังไล่ตามมาทางนี้”
“มีกี่คน?”
