ท้องฟ้ามืดครึ้ม พื้นดินเบื้องหน้ามีรอยสีเทากระจายอยู่เป็นหย่อม ๆ ดูคล้ายบาดแผลบนผืนปฐพี
นั่นคือฟางข้าวสาลีที่ชาวนาจุดเผา
ท่ามกลางทุ่งร้าง ผู้คนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่ากำลังมุ่งหน้าไปเบื้องหน้า
ทุกคนต่างหัวเผ้ารุงรัง ใบหน้าซีดเหลือง ร่างกายผ่ายผอม พาครอบครัวติดตามมาด้วย
เป็นครั้งคราวยังมีเสียงบ่นดังขึ้น “จะเกิดศึกอีกแล้ว เมื่อใดจึงจะสิ้นสุดเสียที!”
“รีบไปเถิด หากยังไม่ไป ชาวจินก็จะมาถึงแล้ว!”
“ท่านแม่ รอข้าด้วย”
“...”
ผู้คนเดินฝ่าทางแคบอย่างยากลำบาก
“จางจ่งก่วน ชาวบ้านแถบนี้กำลังอพยพกันแล้ว”
จางสั่วขมวดคิ้วกล่าวว่า “ยังช้าเกินไป บอกให้พวกเขาเร่งฝีเท้า อพยพไปยังเมืองชางโจวกับค่ายป้อมบริเวณใกล้เคียงให้หมด ทางเหอเจียนฝู่ส่งข่าวมาแล้วว่า กองทัพหลักของชาวจินเคลื่อนทัพลงใต้แล้ว”
“พวกเราวางแนวป้องกันไว้ที่ท่าน้ำแม่น้ำหวงเหอแล้ว ชาวจินจะข้ามแม่น้ำหวงเหอหาใช่เรื่องง่ายไม่”
“เจ้าป้องกันได้ทุกแห่งหรือ?” จางสั่วเหลือบมองหลิวฉาง
“แต่ชาวจินกำลังโจมตีเหอเจียนฝู่ คงยังมาไม่ถึงชางโจวในระยะเวลาอันสั้น”
“ห้ามประมาทเป็นอันขาด” จางสั่วกล่าวอย่างเคร่งขรึม “บอกทุกคนให้เร่งฝีเท้า ยามนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างความเป็นกับความตาย”
ระหว่างที่กำลังสนทนา พลลาดตระเวนขี่ม้าหลายคนก็ทะยานเข้ามาจากเบื้องหน้า “รายงาน! จางจ่งก่วน พบกองทัพจินจำนวนมากทางตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างออกไป 30 ลี้ กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!”
“อะไรนะ!” จางสั่วตกใจอย่างยิ่ง “มีกำลังพลเท่าใด?”
“ทหารม้าอย่างน้อยหลายพันนาย!”
“แย่แล้ว!” หัวใจจางสั่วสะท้านวูบ “เร่งระดมกำลังพลทั้งหมด ตั้งขบวน!”
