เดือนห้าแห่งเปี้ยนจิงเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัวแล้ว แสงตะวันเจิดจ้าสาดส่องจนทุกสิ่งเปล่งประกาย
ระลอกคลื่นความร้อนแผ่ซัดมาจากที่ไกล ทว่าทั่วทั้งเมืองกลับดูเปี่ยมชีวิตชีวาเป็นพิเศษ
คนเราต้องผ่านความยากลำบากเสียก่อน จึงจะสุขุมขึ้น และเข้าใจความงดงามของชีวิตได้อย่างแท้จริง
ชาวเมืองเปี้ยนจิงก็เป็นเช่นนั้น หลังผ่านการถูกล้อมเมืองมาหลายครั้งและสงครามที่เกิดขึ้นไม่ขาดสาย บางคนก็เริ่มตระหนักถึงคุณค่าของสันติสุขที่ได้มาอย่างยากลำบาก
นอกจากจะใช้ชีวิตอย่างสบายใจแล้ว ผู้คนมากมายยังเพียรพยายามดิ้นรน
หรือกล่าวอีกอย่างก็คือ ความเหลาะแหละจางหายไปบ้างไม่มากก็น้อย
เรือขนส่งสินค้าตามท่าเรือแม่น้ำเปี้ยนและแม่น้ำไช่มีให้เห็นไม่ขาดสาย
การขนส่งทางน้ำของต้าซ่งรุ่งเรืองอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่งผลให้เศรษฐกิจสินค้าเติบโตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นต้าถังในยุคก่อน หรือราชวงศ์ต้าหมิงในภายหลัง เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดเทียบต้าซ่งได้ในด้านการค้า
ขอทานตามท้องถนนก็ลดน้อยลงมาก คงเป็นผลจากนโยบายเกษตรใหม่ที่เริ่มขึ้นเมื่อปีก่อน ผู้ไร้ที่นาหลายคนได้รับจัดสรรที่ดิน
ได้ยินว่านโยบายให้เช่าที่นารอบใหม่กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการ นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง
ทว่ายังมีข่าวดียิ่งกว่านั้น
ยามเย็นวันที่สองเดือนห้า ข่าวยืนยันแน่ชัดจากจิงเจาฝู่ระบุว่า กองทัพจินถอนทัพแล้ว
กองทัพจินล่าถอยอย่างลับ ๆ จากไปโดยไร้สุ้มเสียง
ส่านซีเองก็ต้องสืบเสาะตรวจสอบหลายครั้ง กว่าจะยืนยันข่าวนี้ได้
แม้โหลวซื่อจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ถอนทัพ นั่นหมายความว่ากองทัพจินอาจส่งกำลังเสริมมาได้ทุกเมื่อ
