ยามเย็นวันที่ 2 เดือนสาม จ้าวหนิงเดินทางไปยังคุกสิงปู้รอบหนึ่ง
เวิงเยี่ยนกั๋วถูกคุมขังอยู่ที่นี่
ตระกูลเวิ้งถูกยึดทรัพย์ คนทั้งบ้านกว่าร้อยชีวิตล้วนถูกควบคุมตัว
เมื่อเห็นจ้าวกวนเจียมา เวิงเยี่ยนกั๋วก็กล่าวทักทายอย่างขอไปทีว่า “คารวะฝ่าบาท”
จ้าวหนิงถามว่า “มีผู้อื่นสั่งการเจ้าหรือเจ้าตัดสินใจทำเอง?”
“กระหม่อมตัดสินใจทำเองพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่มีผู้ใดอยู่เบื้องบนสั่งการเจ้าหรือ?”
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดเจ้าจึงกล้าสังหารขุนนาง เจ้าไม่รู้หรือว่านี่เป็นโทษประหาร?”
“กระหม่อมรู้ แต่จำเป็นต้องทำพ่ะย่ะค่ะ!”
จ้าวหนิงถามอย่างสงบนิ่งว่า “เพราะเหตุใด?”
“เพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เวิงเยี่ยนกั๋วดูจะไม่หวังว่าตนจะมีชีวิตรอดอีกต่อไป เพียงปรารถนาให้ตายโดยเร็ว
“ราชสำนักเลี้ยงพวกเจ้าด้วยเบี้ยหวัดสูง ยังไม่พออีกหรือ ถึงกับต้องเอาข้าวเม็ดสุดท้ายของชาวบ้านไปให้หมด?”
เวิงเยี่ยนกั๋วเงียบไม่ตอบ ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นว่า “ฝ่าบาท หากจะตรวจสอบหวยซี ย่อมตรวจสอบไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!”
“ตรวจสอบไม่ได้?”
“ตรวจสอบไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!”
“เพราะเหตุใด?”
“ฝ่าบาททรงทราบสาเหตุอยู่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เราไม่รู้!”
“หากฝ่าบาททรงตรวจสอบ ขุนนางหวยซีสิบคนมีถึงแปดคนที่ไม่บริสุทธิ์ ฝ่าบาทยังจะทรงตรวจสอบหรือพ่ะย่ะค่ะ!”
จ้าวหนิงไม่กล่าวอะไร เพียงมองเวิงเยี่ยนกั๋วอยู่เงียบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนหันหลังเดินจากไป เมื่อถึงประตูจึงหันกลับมาเอ่ยคำเดียวว่า “ตรวจ!”
ครั้นออกจากประตูมาแล้ว ยังได้ยินเสียงหัวเราะของเวิงเยี่ยนกั๋วดังตามหลังมา “ฝ่าบาทตรวจสอบไม่ได้ ต่อให้ตรวจสอบ ก็แตะต้องพวกเขาไม่ได้!”
วันที่ 3 เดือนสาม โซ่วโจว
ครานี้วิธีจัดการของไช่เม่าเรียกได้ว่าโหดเหี้ยมยิ่ง ไม่ว่าคนของตนหรือไม่ ล้วนปลดออกจากตำแหน่งทั้งหมด
ขุนนางที่ถูกปลดถูกคุมตัวส่งไปยังเมืองหลวงทุกคน
เดิมทีเรื่องนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง จัดการได้ยากอยู่ไม่น้อย ทว่าพอทหารองครักษ์หลวงสามพันนายที่จ้าวกวนเจียมอบให้ไช่เม่าไปยืนอยู่ที่นั่น เรื่องกลับง่ายดายขึ้นในพริบตา
