เซี่ยเหวินเต๋อนึกว่าตนฟังผิดไป ยังไม่ทันได้ตอบสนอง ทหารองครักษ์ก็เริ่มปฏิบัติตามพระบัญชาของฮ่องเต้โดยสัญชาตญาณแล้ว
คนสามสิบกว่าคนที่อยู่แถวหน้าลงจากม้า หยิบหน้าไม้ขึ้นมา แล้วเล็งไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียง
จิงเชาตวาดเสียงกร้าวว่า “ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย วางอาวุธทั้งหมดแล้วสลายตัวอยู่กับที่เสีย มิฉะนั้นจะสังหารโดยไม่ละเว้น!”
เซี่ยชงชูดาบเล่มหนึ่งขึ้น ตะโกนเสียงดังว่า “คนพวกนี้เป็นคนที่หมู่บ้านตระกูลหวังหามา พวกเราสู้กับพวกมันให้ตายไปข้าง...”
ทันทีที่สิ้นเสียง ลูกดอกหน้าไม้สิบดอกก็พุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกัน
ลูกดอกดอกแรกแทงทะลุลำคอ ดอกที่สองปักเข้ากลางอก ส่วนลูกดอกที่เหลือแทบทั้งหมดก็ปักเข้าร่างเขาเช่นกัน
ร่างเซี่ยชงแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้าง เขายกมือสั่นเทาขึ้นคลำลำคอตนเอง ก่อนร่างจะอ่อนยวบ ล้มลงกับพื้น
เงียบงันไปทั่วบริเวณ
ร่างเซี่ยชงกระตุกอยู่สองสามครั้ง เสียง “อ้า อ้า” ดังออกจากปาก จากนั้นก็แน่นิ่งไป
ชาวบ้านอีกคนทิ้งดาบลง ยกมือขึ้นแล้วตะโกนว่า “พวกท่านคงไม่ยึดแม่น้ำของพวกเราไปหรอกกระมัง?”
จิงเชากล่าวว่า “แม่น้ำ ลำน้ำ และทะเลสาบในที่นี้ ล้วนเป็นของราชสำนัก พวกเจ้าย่อมใช้ได้ทุกคน ใครก็ใช้ได้!”
ชายผู้นั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ทุกคนวางอาวุธลงก่อนเถิด”
คนที่เหลือมองหน้ากันไปมา ต่างเริ่มลังเล
เซี่ยเหวินเต๋อตะโกนอย่างเดือดดาลจากในฝูงชนว่า “คนพวกนี้มาจากหมู่บ้านตระกูลหวัง พวกมันมาแย่งแม่น้ำของพวกเรา หากไม่มีสายน้ำ พวกเราจะชลประทานอย่างไร! พวกเจ้าไม่อยากกินข้าวกันแล้วหรือ! หยิบอาวุธขึ้นมาให้หมด สู้กับพวกมัน!”
ทุกคนเริ่มสับสน
