วันที่ 17 เดือนสิบเอ็ด ยามเที่ยง เกาชิววิ่งเหยาะ ๆ มาถึงตำหนักเหวินเต๋อ
“กระหม่อมคารวะฝ่าบาท”
“เจ้ามาแล้ว” จ้าวหนิงเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
“กระหม่อมมาเพื่อขอลาออกพ่ะย่ะค่ะ”
“หืม?”
“ตั้งแต่เมื่อวาน มีคนในเมืองหลวงเล่าลือว่ากระหม่อมทุจริตรับสินบน กระหม่อมละอายใจ ไม่มีหน้ามาพบฝ่าบาทอีกพ่ะย่ะค่ะ”
“อ้อ...” จ้าวหนิงกล่าว “ข่าวลือนี้มิใช่มีมานานแล้วหรือ?”
“ไม่ทราบว่าเหตุใด เมื่อวานนี้จึงมีคนแพร่ข่าวกันในที่ว่าการต่าง ๆ ด้วย กระหม่อมเป็นคนรักหน้าตา เมื่อพวกเขาใส่ร้ายกระหม่อมถึงเพียงนี้ กระหม่อมจึงได้แต่ขอลาออกเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์พ่ะย่ะค่ะ” เกาชิวกล่าว
ไม่ว่าข่าวลือใด ย่อมมาถึงหูเกาชิวเป็นคนแรก เพราะเขาเป็นผู้ดูแลสำนักองครักษ์หลวง
เกาชิวเองก็รู้ดีว่าใครอยู่เบื้องหลังและกำลังนินทาเขา เขามาหาจ้าวกวนเจียก็เพื่อถอยหนึ่งก้าวแล้วรุกสองก้าว
ข้า เกาไท่เว่ย ทุจริตงั้นหรือ?
เฮ้! พูดได้ถูกคนแล้ว เกาไท่เว่ยไม่ทุจริต แล้วจะให้ทำอะไร?
นี่มิใช่ความลับที่ใคร ๆ ก็รู้กันอยู่แล้วหรือ?
เอาความลับที่ใคร ๆ ก็รู้มาเล่นงานข้า!
พวกเจ้าคิดตื้นเขินเกินไปหรือไม่?
จ้าวหนิงกล่าวว่า “แน่ใจหรือว่าจะลาออก?”
“กระหม่อมทำไปเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์พ่ะย่ะค่ะ”
“รู้หรือไม่ว่าหากเจ้าลาออก ไร้ตำแหน่งแล้วจะเกิดผลเช่นไร?” จ้าวหนิงมองเกาชิวพร้อมรอยยิ้ม
“ผล...” เกาชิวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนกล่าว “กระหม่อมโง่เขลา แต่พวกเขาดูหมิ่นกระหม่อมถึงเพียงนี้ ทั้งยังไปเขียนคำว่า ‘ขุนนางกังฉิน’ ไว้หน้าประตูจวนของกระหม่อม เรื่องเช่นนี้จะทนได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ!”
“เจ้าขอลาออก ข้าว่าเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง ข้าจะอนุญาตให้เจ้าลาออกเดี๋ยวนี้ หากหลังจากลาออกแล้วเจ้ายังกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นไท่ซือ” จ้าวหนิงกล่าวอย่างไม่แยแส “แต่เกรงว่าเจ้าคงไร้วาสนาจะได้รับตำแหน่งนั้น”
