“เหตุใดซานโฝฉีจึงยอมให้ชาวต้าสือคนหนึ่งตั้งกองเรือขนาดใหญ่ถึงเพียงนั้น?” หลี่เป่าถาม
“คนผู้นี้ชื่ออิสตัครี เป็นเชื้อพระวงศ์แห่งแคว้นต้าสือ เขามีผลประโยชน์เกี่ยวพันกับซานโฝฉีอย่างลึกซึ้ง ทุกปีมีสมุนไพรและกำยานจำนวนมากขนส่งจากซานโฝฉีไปยังแคว้นต้าสืออันห่างไกล การค้าทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นด้วยน้ำมือของเขา และยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”
“ยังมีอะไรอีก?”
“ชาวต้าสือเชี่ยวชาญการเดินเรือเป็นอย่างยิ่ง เส้นทางการค้าทางทะเลของพวกเขาแผ่ขยายทั่วน่านน้ำตะวันออกและตะวันตก สินค้าของซานโฝฉีอาศัยเรือพาณิชย์ของชาวต้าสือ จึงขายดิบขายดีทั้งในบูรพาและประจิม”
“ซานโฝฉีเองก็มิได้มีพ่อค้าเดินเรือจำนวนมากหรอกหรือ?”
ถังจื่อเจี้ยนกล่าวว่า “จ่งก่วนหลี่ เรื่องนี้ท่านอาจยังไม่ทราบ มิใช่ทุกแคว้นจะสามารถจัดตั้งขบวนพ่อค้าขนาดใหญ่ได้ การเดินเรือไกลโพ้นกับการเดินเรือใกล้ฝั่งนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง”
“เจ้าหมายความว่า ซานโฝฉีไม่มีพ่อค้าเดินเรือไกลโพ้นจำนวนมากหรือ?”
“ขอรับ พวกเขาจำต้องพึ่งพาชาวต้าสือ”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” หลี่เป่าตกอยู่ในห้วงความคิด หลังครุ่นคิดอยู่พักใหญ่จึงกล่าวว่า “หากเราปราบคนที่ชื่ออิสตัครีผู้นี้ได้ และลดอิทธิพลของชาวต้าสือในทะเลใต้ลง ซานโฝฉีจะเป็นเช่นไร?”
ถังจื่อเจี้ยนกล่าวว่า “ห้างการค้าทะเลใต้แห่งต้าซ่งก็จะมีความมั่นใจพอที่จะเจรจากับซานโฝฉี”
“เข้าแทนที่อิสตัครีหรือ?”
“ย่อมเป็นเช่นนั้น”
“แต่ราชสำนักหมายจะทำลายการควบคุมหลิงหยาเหมินของซานโฝฉีให้สิ้นซาก ฝ่าบาทต้องการสิทธิ์เก็บภาษีในแถบนี้”
ถังจื่อเจี้ยนสูดลมหายใจลึก พลางคิดในใจว่า ฝ่าบาทช่างทะเยอทะยานยิ่งนัก!
