การไต่สวนจ้าวเฉินยังคงดำเนินไปอย่างให้เกียรติตามธรรมเนียม
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงชินอ๋อง จึงมีคนจัดรถม้าหรูหรามารับไปยังศาลต้าหลี่ จัดเตรียมเก้าอี้นั่งสบาย ทั้งยังจัดชากับขนมไว้ให้ แล้วค่อย ๆ ซักถาม
ขุนนางผู้ทำหน้าที่ซักถามก็ระมัดระวังและสุภาพอย่างยิ่ง
แน่นอนว่า ผู้ถูกไต่สวนมิได้มีเพียงอ๋องเหลียวเท่านั้น พยานคนสำคัญที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างได้รับหมายเรียก รวมถึงเว่ยเซียงซึ่งกำลังกินน่องไก่อยู่ที่ซิงโจวด้วย
ตลอดการไต่สวน ยังมีขุนนางยื่นฎีกาขึ้นมาหลายฉบับไม่ขาดสาย เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้อ๋องเหลียว
แท้จริงแล้ว สิ่งที่จ้าวหนิงกังวลมิใช่ท่าทีของเหล่าขุนนาง หากแต่เป็นเหล่าแม่ทัพกองทัพเหลียวตงที่มีหานซื่อจงเป็นแกนนำ คนเหล่านี้ร่วมงานกับจ้าวเฉินมาหลายปี อีกทั้งยังประจำอยู่ตามจุดสำคัญบริเวณชายแดน
เมื่อพวกเขารู้ว่าอ๋องเหลียวกำลังถูกสอบสวน จะมีปฏิกิริยาเช่นไร?
แม้ในยามนี้อ๋องเหลียวยังมิได้ถูกตัดสินว่ามีความผิด เพียงอยู่ระหว่างการสอบสวนเท่านั้น ทว่าจิตใจผู้คนก็แปรเปลี่ยนได้ดุจสายน้ำ
คนส่วนใหญ่เพียงมีลมพัดวูบเดียว ก็เริ่มก่อพายุคลั่งเสียแล้ว
วันที่ 24 เดือนสิบสอง ขณะที่ชาวเมืองเปี้ยนจิงเริ่มเตรียมของฉลองปีใหม่ รายงานทหารด่วนฉบับหนึ่งจากทุ่งหญ้าก็สร้างแรงกระเพื่อมขึ้นเล็กน้อยในท้องพระโรง
“จินอูจู๋ยังอดใจไม่ไหวแล้วหรือ?” จ้าวหนิงอ่านรายงานทหารแม่น้ำชั่วจบแล้วก็ครุ่นคิด
“ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าชาวจินล่วงเกินกติกาอีกแล้ว” เฉียนอวี้ชิงก้าวออกมากล่าว “ยามนี้ต้าซ่งของเรายินดีจ่ายราคาสูงเพื่อซื้อเสบียงจากแคว้นจิน ทั้งยังลดราคาสินค้าซึ่งแต่เดิมมีราคาแพงให้ชาวจิน ขุนนางกับชนชั้นสูงแคว้นจินแทบอยากจุดธูปบูชาต้าซ่งของเรา กระหม่อมเห็นว่าเราควรตัดการค้าระหว่างสองแคว้นเสียบ้าง ให้พวกเขาได้แต่มองเงินที่วางอยู่ตรงหน้า แต่กลับเอาเข้ากระเป๋าตนเองไม่ได้”
