“ฝ่าบาท บัดนี้ยังทันส่งทูตไปขอขมาต่อกองทัพซ่ง ไม่จำเป็นต้องบาดหมางกับแผ่นดินใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ!”
จ้าวเอินกล่าวว่า “ฝ่าบาท ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ!”
เฮอหลีป๋าโมเดินวนไปมา ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนกล่าวว่า “จ้าวเอิน เจ้านำทหารห้าหมื่นนายไปดูแลความปลอดภัยของเมืองหลวงให้ดี!”
“กระหม่อมจะสังหารกองทัพซ่งให้สิ้นพ่ะย่ะค่ะ!” จ้าวเอินรับตราทหารมาแล้วก็ออกไปอย่างตื่นเต้น
อินเจียงเทากล่าวว่า “ฝ่าบาททรงเลอะเลือน จ้าวเอินคิดช่วงชิงอำนาจ จึงชักนำฝ่าบาทให้เข้าใจผิด หากกองทัพซ่งบุกเข้ามาเมื่อใดก็จะสายเกินไปพ่ะย่ะค่ะ!”
เฮอหลีป๋าโมตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่คิดฟังคำพูดของอัครมหาเสนาบดีอีก เขากล่าวว่า “เจ้ารับเงินจากเฉียนอวี้ชิงมานานแล้วใช่หรือไม่?”
อินเจียงเทาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมมิได้ทำเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ!”
“ยังกล้าแก้ตัวอีกหรือ มีคนมาร้องเรียนเจ้าให้ข้าฟังนานแล้ว”
“ฝ่าบาท กระหม่อมทำไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับแผ่นดินใหญ่พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ต้องพูดอีกแล้ว ความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเจ้า ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร?”
“ฝ่าบาท...”
ขณะนั้น เรือรบของกองทัพซ่งจอดเทียบท่าอยู่ริมชายฝั่ง
แม้จ้าวเอินยังไม่ทันรวบรวมกำลังพลทั้งหมด แต่ทหารจ้านเฉิงส่วนหนึ่งซึ่งเดิมลาดตระเวนอยู่ก็ถูกส่งไปยังท่าเรือ เพื่อขัดขวางไม่ให้กองทัพซ่งยกพลขึ้นบกตลอดแนว
หลี่เป่าตะโกนลั่น “พลหน้าไม้เตรียมพร้อม!”
บนดาดฟ้า ทหารซ่งเรียงแถวกันขึ้นมาทันที บรรจุลูกดอกหน้าไม้ให้เรียบร้อย
“ยิง!”
ชั่วพริบตา ลูกธนูพร่างพรูเต็มฟ้า พุ่งวาดผ่านอากาศลงไปเบื้องล่าง
