ผู้คนที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองได้กลิ่นคาวเลือดฉุนกึกซึ่งลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ทั้งยังมองเห็นศพทหารม้ากองทัพจินและทหารราบกองทัพซ่งกองพะเนินอยู่หน้าแนวรบของกองทหารเกราะปู้เหริน
กองทหารเกราะปู้เหรินที่อยู่ด้านหลังทยอยวิ่งเหยาะ ๆ เข้าประจำแนวใหม่ ภายใต้การบัญชาของนายทหาร
“ประคองแนวหน้าไว้! พวกเราชนะได้!” นายทหารระดับล่างอย่างตูโถวกำลังปลุกใจเหล่าทหาร “โอรสสวรรค์ประทับอยู่ในเมือง ต้าซ่งอยู่เบื้องหลังพวกเรา บิดามารดาและลูกหลานของเราต้องอาศัยพวกเราสกัดกั้นกีบเหล็กของชาวจิน!”
“สำแดงความเหี้ยมหาญที่พวกเจ้าแสดงให้เห็นในยามปกติออกมา!”
พวกเขาเดินผ่านร่างของสหายร่วมรบ บางคนถึงกับเห็นเพื่อนร่วมกองทัพที่เมื่อคืนยังนั่งกินเนื้อด้วยกัน นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น เซียงจวินฝ่ายส่งกำลังบำรุงกำลังรวบรวมศพผู้เสียชีวิตอยู่
“ตั้งแนว! ตั้งแนว!”
“รายงาน! จื่อฮุยสื่อ (ผู้คุมทัพ) ทหารม้ากองทัพจินแนวหน้ามิอาจบุกทะลวงแนวป้องกันของเราได้อีก!”
เมื่อหน่วยสอดแนมนำข่าวมารายงาน ทุกคนต่างโล่งใจขึ้นเล็กน้อย
นี่เป็นข่าวดีอย่างไม่ต้องสงสัย การบุกอันเกรี้ยวกราดหลายครั้งของชาวจินสร้างแรงกดดันมหาศาลแก่กองทัพซ่ง
ทว่าหน่วยสอดแนมที่เดินทางไปมาระหว่างแนวหน้า กลับเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างฉับพลันโดยไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด
“ปืนใหญ่ที่นอกเมืองด้านตะวันออกเคลื่อนย้ายมาหรือยัง?” จ้าวหนิงถามจางจวิ้นขึ้นกะทันหัน
“เคลื่อนย้ายมาแล้วครึ่งหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ” จางจวิ้นตอบ
จางจวิ้นไม่อาจวางใจได้ กำลังทหารจินนอกเมืองด้านตะวันออกก็มีอยู่ไม่น้อย หากถอนกำลังมาครึ่งหนึ่งในคราวเดียว แล้วทหารจินนอกประตูเมืองตะวันออกบุกโจมตีเช่นเดียวกับทางใต้ เมืองตะวันออกอาจต้านไม่อยู่
