แสงอาทิตย์ยามบ่ายในฤดูใบไม้ผลิสาดต้องบุปผาที่บานสะพรั่งอยู่ริมหน้าต่าง
หยาดน้ำค้างซึ่งยังเกาะพราวอยู่บนกลีบดอกอันอ่อนช้อยสะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ กลิ่นหอมของบุปผายิ่งเย้ายวนใจ
หลังสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย หลิวฉู่ก็รู้สึกอิ่มเอมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ระหว่างนั้นค่อนข้างรุนแรง ทุกฝ่ายต่างดิ้นรนขัดขืน ทว่าหลังเรื่องราวผ่านพ้นไป คล้ายทุกคนจะปล่อยวางได้
“ขอบคุณนายท่านที่เมตตาประทานน้ำค้างชโลมกาย”
สตรีหลายคนกล่าวกับหลิวฉู่อย่างนอบน้อม
ชั่วขณะหนึ่งหลิวฉู่เองก็คิดไม่ออกว่าจะกล่าวสิ่งใด
เสียงร้องสังหารดังมาจากด้านนอก หลิวฉู่จึงนึกขึ้นได้ว่ายังมีศึกสงครามอยู่
กระทั่งยามเย็น ภายในปราสาทตระกูลทาทาระ ส่วนใหญ่ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
เหล่าขุนนางใหญ่ของแคว้นอิวามิถูกสังหารจนสิ้น
จ้าวเฉินเข้าไปในเมือง สอบสวนทาทาระ ชิเงมุระ
“ขอท่านทูตจากราชสำนักสวรรค์ผู้สูงศักดิ์โปรดละเว้นชีวิตอันต่ำต้อยของข้าด้วยเถิด”
ลูกธนูที่ปักอยู่ในร่างทาทาระ ชิเงมุระถูกดึงออกแล้ว กระทั่งกองทัพซ่งยังช่วยห้ามเลือดให้เขา
“โอโออุจิ ฮิโรอิเอะเป็นเจ้าสั่งฆ่าหรือ?” จ้าวเฉินถาม
“ใช่ เขาทรยศต้าซ่ง...”
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าพูดใหม่อีกครั้ง หากไม่พูดความจริง จะสั่งให้ลากเจ้าออกไปแล่เนื้อเถือหนังเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น!”
ทาทาระ ชิเงมุระตกใจจนรีบโขกศีรษะ ก่อนกล่าวอย่างร้อนรนว่า “เป็นข้าน้อยที่สังหารเขาเอง!”
“เหตุใดจึงฆ่าเขา?”
“เป็น...เป็น...”
“พูด!”
“เพราะต้องการฆ่าปิดปากหรือ?”
“ปิดปากเรื่องใด?”
“ทาทาระ ยาสุโมริ บุตรชายข้าน้อยเป็นคนสั่งให้โอโออุจิ ฮิโรอิเอะส่งคนไปลอบสังหารคนของราชสำนักสวรรค์ ข้าน้อยกลัวว่าเขาจะเปิดโปงบุตรชาย จึงสังหารเขาเสีย”
“เช่นนั้น ผู้ที่สั่งโอโออุจิ ฮิโรอิเอะมิใช่เจ้าหรือ?”
“มะ...ไม่ใช่! ต่อให้ข้าน้อยมีความกล้าหมื่นเท่า ก็ไม่กล้ากระทำเรื่องอุกฉกรรจ์เช่นนี้!”
