แผ่นไม้ที่ชาวญี่ปุ่นเตรียมไว้ติดไฟลุกไหม้ทีละแผ่น พวกเขาพากันเร่งดับเพลิง
ทาทาระ ชิเงมุระฝืนความเจ็บปวด ก้มมองลงไปเบื้องล่าง เห็นทหารซ่งกำลังวางท่อนไม้จำนวนมากลงในคูเมือง ก่อตัวเป็นสะพานข้ามอย่างรวดเร็ว
เขาตะโกนอย่างตื่นตระหนก “พลธนู! รีบยิงโต้กลับ! เร็วเข้า!”
พลธนูหลายคนได้รับคำสั่ง จึงก้าวออกมา ง้างคันธนูยิงลงไป ทว่ายังไม่ทันปล่อยลูกศร ก็ถูกลูกเกาทัณฑ์ที่พุ่งสวนขึ้นมาสังหารเสียก่อน
เปลวไฟบนแผ่นไม้ลุกลามมากขึ้นเรื่อย ๆ
เสียงกลองศึกของทหารซ่งดังกระหึ่มขึ้น สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ตามด้วยเสียงโห่ร้องกึกก้อง ท่วงท่าเกรียงไกรดุจสายรุ้ง
ทหารซ่งชุดแรกข้ามคูเมืองมาได้ พวกเขาถือโล่เร่งจัดขบวนอยู่ด้านหน้า เพื่อป้องกันการโต้กลับอย่างไม่คิดชีวิตของทหารญี่ปุ่น
เมื่อเห็นทหารซ่งทยอยข้ามคูเมืองมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ชาวญี่ปุ่นบนกำแพงเมืองก็หมดหนทาง ต่างพากันแตกตื่นลนลาน
“เร็วเข้า!” จ่งชานจวินหวังอวิ๋นสวมเกราะเหล็ก ถือดาบบัญชาการอยู่ในมือ ตะโกนใส่เหล่าทหารกองปืนใหญ่ว่า “ตั้งปืนใหญ่ไว้ตรงปากประตู ขยับเข้ามาใกล้อีก เล็งประตูเมืองแล้วยิง!”
เหล่าทหารกองปืนใหญ่หามปืนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังปากประตูเมืองอย่างรวดเร็ว ก่อนตั้งปืนใหญ่อย่างชำนิชำนาญ ห่างจากประตูเมืองไม่ถึง 20 เมตร
เวลานี้ ทหารญี่ปุ่นบนกำแพงเมืองถูกการโจมตีด้วยเกาทัณฑ์ระลอกแล้วระลอกเล่ากดดันจนแทบหายใจไม่ออก ไม่มีทางขัดขวางทหารซ่งที่กำลังตั้งปืนใหญ่ได้
ดินปืนถูกนำออกมาอย่างรวดเร็ว ปืนใหญ่เหล็กก็ถูกบรรจุกระสุนจนพร้อม
