สีหน้าของอูจู๋แข็งค้าง ความฮึกเหิมทั่วร่างคล้ายมลายหายไปในพริบตา
เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น คล้ายยังทำใจยอมรับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้
ผู้คนรอบข้างต่างตกตะลึงไปตามกัน ชั่วขณะหนึ่งถึงกับไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด
“เป็นไปไม่ได้ เรื่องเช่นนี้เป็นไปได้อย่างไร!”
อูจู๋พึมพำกับตนเอง ก่อนจะหมดสติไปกะทันหัน
“รองแม่ทัพ!”
“รองแม่ทัพ...”
“...”
ทุกคนตกใจ รีบเข้าไปประคองอูจู๋
ยามพลบค่ำ อูจู๋จึงฟื้นขึ้นมา
เมื่อลืมตาขึ้น อูจู๋หวนคิดถึงสถานการณ์เบื้องหน้า กองทัพหนึ่งแสนนายที่ตนเองนำทัพมา ทำให้เขาโศกเศร้าอย่างยิ่ง
ทว่า จินอูจู๋ผู้นี้มีจุดเด่นประการหนึ่ง นั่นคือความทรหดอดทน
กล่าวให้ไพเราะหน่อยก็คือเป็นคนแข็งแกร่งไม่ย่อท้อ
เขาเป็นคนที่อดทนและแน่วแน่อย่างยิ่ง
มิได้แสดงออกเพียงในนิสัยส่วนตัวเท่านั้น กองทัพ ยุทธวิธี และยุทธศาสตร์ของเขาก็ล้วนสะท้อนให้เห็นเช่นกัน
กองทัพของจินอูจู๋เป็นกองกำลังที่มีความคล่องตัวสูงและทรหดสู้ศึก หาได้ยากในทัพจิน สิ่งนี้เห็นได้ชัดจากกองทหารม้าเหล็กฝูถู
กองทหารม้าเหล็กฝูถูมิใช่กองทัพธรรมดา หากจัดเป็น “หน่วยรบพิเศษ” ในยุคโบราณ
คนรุ่นหลังพากันเยาะเย้ยจินอูจู๋ แต่เคยคิดหรือไม่ว่าคู่ต่อสู้ของเขาคือเยว่เฟย เขาจึงพ่ายแพ้อย่างยับเยินถึงเพียงนั้น
ความสามารถทางการทหารของเยว่เฟยในประวัติศาสตร์หัวเซี่ยนับว่าอยู่ในห้าอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี หรือการฝึกทหาร ล้วนอยู่ในระดับแนวหน้า
ก่อนที่เยว่เฟยจะเติบโตขึ้นอย่างแท้จริง จินอูจู๋เคยบุกไปถึงหลินอันตลอดทาง ไร้ผู้ใดต้านทานได้ หัวเมืองต่าง ๆ ของราชวงศ์ซ่งต่างยอมจำนนทันทีที่เห็นทัพ
ในด้านยุทธศาสตร์ ครานี้อูจู๋เองก็มองเห็นว่า หลังสงครามซ่งกับจินครั้งที่สาม ราชวงศ์ซ่งอ่อนแอลงถึงขีดสุด การโจมตีแนวรบตะวันออกเพื่อยึดสองหวย ย่อมก่อให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองในราชสำนักซ่ง นับเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยม
