แต่เมื่อสารชัยชนะของหานซื่อจงมาถึง ก็ช่วยคลายความกังวลของจ้าวหนิงได้
เพราะการลงมือจริงของหานซื่อจงพิสูจน์แล้วว่า นโยบายใหม่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเอาชนะชาวจินแม้แต่น้อย ทั้งยังทำลายคำกล่าวที่ว่านโยบายใหม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งภายใน จนกระทบต่อการต่อต้านจิน ให้พังทลายลงต่อหน้าผู้คน
หลี่เซินกับหวังซู่ตะโกนเสียงดังว่า “ฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิต! กระหม่อมทั้งสองทำไปเพื่อต้าซ่ง!”
ตรัสว่าจะประหารก็ประหาร ทั้งยังประหารกันต่อหน้าทุกคน
เตี้ยนเฉียนซือปันจื๋อชักดาบฟันฉับ ศีรษะทั้งหกกลิ้งหลุน ๆ ลงกับพื้น
พวกเจ้าคิดจะเล่นแผนเป็นนกตัวแรกที่โผล่พ้นพุ่มไม้ ถูกปลดจากตำแหน่ง แล้วเดินทางลัดเลื่อนขั้นกันสินะ?
ขออภัยด้วย ข้าเป็นทรราช!
ฝูงชนเงียบกริบ
จ้าวกวนเจียตรัสขึ้นอีกครั้ง “เมื่อครู่ผู้ใดด่าทออัครมหาเสนาบดี?”
ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปาก
“พวกเจ้ามองกฎระเบียบราชสำนักเป็นสิ่งไร้ค่าหรือ?” สุรเสียงของจ้าวกวนเจียชัดเจนทุกถ้อยคำ “คิดจะบีบให้เราสละราชบัลลังก์หรือ?”
“ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ กระหม่อมทั้งหลายมิกล้าพ่ะย่ะค่ะ”
“พวกเจ้าไม่กล้าหรือ? เราเห็นว่าพวกเจ้าปรารถนาให้เราสละราชบัลลังก์เสียเดี๋ยวนี้! ทหาร! ถอดหมวกขุนนางของคนเหล่านี้ออกให้หมด เนรเทศไปประจำชายแดน ริบทรัพย์สิน!”
สิ้นพระดำรัส ทุกคนต่างตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “ฝ่าบาท! ข้าศึกจินกำลังเคลื่อนทัพลงใต้ แต่ฝ่าบาทกลับจะสังหารขุนนางผู้ภักดีที่ทูลทัดทาน เรื่องนี้มิอาจกระทำได้เด็ดขาด!”
จ้าวหนิงหันหลัง ไม่สนใจพวกเขาอีก แล้วเดินตรงเข้าไปในวัง
เตี้ยนเฉียนซือปันจื๋อทยอยออกมา ถอดหมวกของทุกคน จากนั้นลากตัวไปยังคุกของสำนักองครักษ์หลวงเพื่อดำเนินการต่อ
