“นอกจากทำการค้ากับชาวจินแล้ว ฉินฮุ่ยยังติดต่อกับชาวจินเรื่องอื่นอีกหรือไม่?” จ้าวหนิงถาม
“เรื่องนี้ต้องถามหลิวเมิ่ง นางรู้ดีที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวหนิงอ่านคำให้การของหลี่หุยซ้ำอีกครั้ง ก่อนกล่าวว่า “เจ้าไม่เคยส่งเงินให้ฉินฮุ่ยหรือ?”
“กระหม่อม... เคยส่งพ่ะย่ะค่ะ”
“ส่งอย่างไร?”
“ก่อนหน้านี้ ฮูหยินฉินให้คนเปิดร้านเครื่องปั้นดินเผาแห่งหนึ่งในตงจิง กระหม่อมซื้อของไปมากมาย ทั้งยังแวะไปซื้ออยู่บ่อยครั้งพ่ะย่ะค่ะ”
“บัดนี้ยังเปิดอยู่หรือไม่?”
“ปิดไปนานแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ร้านแห่งใหม่อยู่ที่ใด?”
“กระหม่อม... กระหม่อมไม่ทราบ... กระหม่อมไม่ทราบจริง ๆ กระหม่อมไม่ได้ส่งเงินให้ฮูหยินฉินมานานแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
จ้าวหนิงโบกมือ หลี่หุยจึงถูกนำตัวออกไป
จ้าวหนิงถามต่อว่า “พาหลิวเมิ่งมาหรือยัง?”
“อยู่ห้องข้าง ๆ นางคิดจะหลบหนี แต่ไม่รู้ว่าคนของเราจับตาดูนางมานานแล้ว” เกาชิวกล่าวทันที “ฝ่าบาทโปรดรอสักครู่ กระหม่อมจะไปไต่สวนนางด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ”
กล่าวจบ เกาชิวก็ถกแขนเสื้อแล้วเดินออกจากห้องไป
ท่าทางราวกับชาวนาชราที่กำลังจะลงมือไถนา
จ้าวหนิงไม่รีบร้อน เขาเอนกายพิงเก้าอี้ จิบชาอย่างเชื่องช้า พลางถามว่า “เจิ้งสี่ เรื่องแต่งงานของน้องสาวเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ทูลฝ่าบาท นางยังไม่ได้ออกเรือนพ่ะย่ะค่ะ”
“ปีนี้นางอายุเท่าใด?”
“ยี่สิบปีแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อายุยี่สิบแล้วยังไม่แต่งงานหรือ?”
“นางบอกว่าตั้งใจศึกษาเล่าเรียน กระหม่อมจึงไม่ขัดขวางพ่ะย่ะค่ะ”
“บัดนี้นางศึกษาเรื่องใดอยู่?”
