ยามเย็นวันที่ 21 เดือนสี่ เมืองฉือโจว
บ่าวคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานว่า “นายท่าน ข้าวของจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ดี วางไว้ข้างนอกก่อน ประเดี๋ยวข้าจะไปตรวจนับ”
“ขอรับ” กล่าวจบ บ่าวก็ออกไป
“พี่หวัง ในเมื่อท่านกำลังจะไปเปี้ยนจิงแล้ว เสบียงเหล่านี้ขายให้แม่ทัพใหญ่จงในราคาถูกหน่อยเถิด” บุรุษผู้เอ่ยวาจาชื่อหลี่คั่น เป็นพ่อค้าผ้าคนหนึ่งในเมืองฉือโจว
หวังสวินกล่าวว่า “พี่หลี่ นี่มันยามใดแล้ว? ยามศึกสงคราม! รู้หรือไม่ว่าบัดนี้เสบียงในเหอเป่ยมีค่ายิ่งกว่าทองคำ! ข้าขายให้ในราคาถังละ 8 พวงเหรียญก็นับว่าขาดทุนแล้ว มีคนเสนอราคาถังละ 10 พวงเหรียญ ยามนี้เปี้ยนจิงเองก็ขาดแคลนเสบียง หากข้าขนไปขายที่เปี้ยนจิง อย่าว่าแต่ถังละ 10 พวงเหรียญเลย ต่อให้ถังละ 20 พวงเหรียญ เหล่าขุนนางชั้นสูงก็ยังแย่งกันซื้อ!”
หลี่คั่นถอนหายใจ “พี่หวัง ทั่วทั้งเหอเป่ยกำลังต่อต้านจิน แม่ทัพจงเป็นผู้มีคุณธรรมยิ่ง กองกำลังทุกสายล้วนยกย่องสนับสนุนเขา บัดนี้แม่ทัพจงกำลังมุ่งตะวันออกไปช่วยต้าหมิง จำเป็นต้องใช้เสบียงทหารโดยด่วน ปกติเสบียงเหล่านี้อย่างมากก็ถังละ 1 พวงเหรียญ ท่านฉวยโอกาสขึ้นราคาอย่างไร้เหตุผล ไม่กลัวว่าราชสำนักจะตรวจสอบหรือ?”
“ฮ่า ๆ ๆ ตรวจสอบข้ารึ? ข้ามีผู้หนุนหลังในเปี้ยนจิง ใครกล้าตรวจสอบ!” หวังสวินหัวเราะเสียงดัง “รู้จักอ๋องอวิ้นหรือไม่?”
สีหน้าหลี่คั่นพลันเคร่งขรึม เขาตวาดเสียงดังว่า “หวังสวิน! บ้านเมืองกำลังเผชิญภัยใหญ่ ยังจะพูดเรื่องอ๋องอวิ้นอะไรอีก! เจ้าไม่คิดจะเห็นแก่หน้ากันจริงหรือ?”
“ไม่ขาย! หากไม่มีธุระอื่นก็เชิญกลับไปเถิด!”
หลังหลี่คั่นจากไป หวังสวินก็เรียกหวังลี่ บุตรชายของตนเข้ามา แล้วกล่าวว่า “เสบียงที่จะขายให้จงเจ๋อ ให้ขายถังละ 8 พวงเหรียญ ขาดแม้แต่เหรียญเดียวก็ไม่ได้ เข้าใจหรือไม่?”
“ถังละ 8 พวงเหรียญ จงเจ๋อจะซื้อหรือ?”
“พวกเขาไม่ซื้อแล้วจะไปหาเสบียงจากที่ใด?” หวังสวินหัวเราะ “เสบียงครึ่งหนึ่งในยามนี้กองอยู่ในมือพวกเรา หากเขาไม่ซื้อก็ไม่มีเสบียงกิน!”
