ถังเหยียนไห่เป็นคนหลักแหลมเจนจัด ย่อมคิดคำนวณเรื่องนี้และชั่งน้ำหนักได้เสียมาแล้ว
ยามจ้าวมู่หยุนตัดสินใจฆ่าคนปิดปาก เขาเพียงสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นก็แสดงท่าทีเชื่อฟังคำสั่งของจ้าวมู่หยุนโดยไม่ลังเล
ทางหวังเถี่ยจู้ยิ่งไม่มีความเห็น บัดนี้จ้าวมู่หยุนพูดอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น
“เหล่าถัง ลงมือให้คล่องแคล่วหน่อย”
จ้าวมู่หยุนพลันแววตาเย็นเยียบ ทว่าชั่วพริบตาก็ปั้นยิ้ม ก่อนหมุนตัวก้าวยาวตรงไปหาคนที่เป็นหัวหน้า
เมื่อคนเป็นหัวหน้าเห็นว่าตนบอกฐานะผู้คุ้มกันกองคาราวานของตระกูลไป๋ไปแล้ว จ้าวมู่หยุนกับถังเหยียนไห่ยังยืนกระซิบปรึกษากันอยู่ข้าง ๆ เสียนาน ก็คิดว่าท้ายที่สุดพวกเขายังคงหวาดกลัวอำนาจของตระกูลไป๋!
ครั้นเห็นจ้าวมู่หยุนยิ้มเดินเข้ามาหา ก็คิดว่าอีกฝ่ายจะปล่อยตนไป จึงหัวเราะเยาะออกมา
“น้องชาย ข้าบอกแล้วใช่ไหมเล่า! ตระกูลไป๋ของพวกเราไม่ใช่ใครที่ทหารชั้นผู้น้อยอย่างพวกเจ้าจะหาเรื่องได้ ยังไม่รีบ...”
คำพูดยังไม่ทันจบ สีหน้าจ้าวมู่หยุนพลันเย็นชา เขาชกหมัดออกไปอย่างฉับพลัน กระแทกเข้าที่ขมับของคนเป็นหัวหน้า
ชายผู้นั้นครางอู้อี้ก่อนล้มฟาดลงกับพื้น เลือดทะลักออกจากดวงตา จมูก หู และปากในพริบตา
หมัดของจ้าวมู่หยุนซัดชายผู้นั้นจนเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด สิ้นใจตายคาที่
คนที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งสี่ซึ่งถูกมัดไว้ต่างตกตะลึงงัน เมื่อได้สติ คนหนึ่งก็รู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ ตามด้วยเลือดที่ไหลทะลักออกมา
ปากของเขาถูกผ้าอุดไว้ จึงทำได้เพียงส่งเสียงครางอู้อี้ด้วยความเจ็บปวด
ถังเหยียนไห่จัดการคนหนึ่งเสร็จ ก็รีบกวัดแกว่งดาบเปื้อนเลือดฟันใส่คนที่ยังมีชีวิตอยู่อีกคน
“เสาจื่อ ฆ่าพวกมันด้วยกัน!”
จ้าวมู่หยุนจัดการคนเป็นหัวหน้าเสร็จ ก็หันไปตวาดหวังเถี่ยจู้เสียงต่ำ
