เมื่อฟังแผนยุทธการของฟ่านหนานจบลง ตูเว่ยในกระโจมใหญ่มีเพียงบางส่วนที่พยักหน้าเบา ๆ เผยหลุนยังคงสงบนิ่ง ทว่าแววตากลับวูบไหว ราวกับกำลังวางแผนบางอย่าง
ฟ่านหนานวางแผนการรบโดยพิจารณาจากสถานการณ์โดยรวมของกองทัพต้าอิ่นในเขตเหอตงขณะนี้ ประกอบกับภูมิประเทศแถบตอนเหนือของซั่วโจว
เขาถัวดำ เขาหงเทา และหุบเขาลำน้ำจื่อสุ่ย สามภูมิประเทศตามธรรมชาติประกอบกันเป็นรูปตัววีขนาดมหึมา
เมื่อรวมกับกองกำลังรักษาชายแดนจิ้งเปียน เมืองอู่โจว อำเภอซั่วโจว และหอสัญญาณไฟที่ตั้งกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ก็กลายเป็นระบบป้องกันของต้าอิ่นบนเส้นทางเหนือของซั่วโจว
เดิมทีฟ่านหนานตั้งใจรวบรวมกำลังจากค่ายทหารทั้งยี่สิบสามแห่งในเขตเหอตง เสริมด้วยกำลังสนับสนุนจากเขตกวานเน่ยและเขตเหอเป่ย วางแผนผนึกกำลังทหารห้าหมื่นนาย แบ่งออกเป็นสามทัพยกไปโจมตีก่อน ชิงเมืองยิ้นโจว ซั่วฟาง และอู่หยวน เมืองสำคัญบนที่ราบเหอเทาคืนมา ผลักแนวป้องกันไปถึงแนวเขาชิงใหญ่ แล้วขับไล่กองทัพของอ๋องเจ๋อหลานไปยังทะเลทรายทางเหนือของเขาชิงใหญ่
ทว่าหลังจากเสร็จสิ้นการปลอมตัวออกตรวจเยี่ยมราษฎร เขาก็เปลี่ยนความคิด
หากต้องการแก้ปัญหาพวกอนารยชนบุกชายแดนในเขตเหอตงให้สิ้นซาก การทำลายกำลังรบของอ๋องเจ๋อหลานให้ย่อยยับ ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ดังนั้น ฟ่านหนานจึงหารือกับเหล่าที่ปรึกษาหลายวันติดกัน ก่อนวางแผนล่อพวกอนารยชนเข้ามาในแนวสนามปีกกาแล้วซุ่มโจมตี
ส่วนการยึดพื้นที่กองกำลังรักษาชายแดนจิ้งเปียนซึ่งตั้งอยู่ตรงปลายก้นตัววี ทำให้พวกอนารยชนเผ่าตี๋เหนือประมาทและตรึงกองทัพไว้ เพื่อดึงกำลังพลของพวกอนารยชนให้เข้ามาในหุบเขาลำน้ำจื่อสุ่ยมากขึ้นนั้น ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของแผน
ฟ่านหนานมอบหมายภารกิจสำคัญในการล่อศัตรูและสกัดกั้นให้ค่ายทหารเจ๋อชงซั่วโจว ซึ่งรบเก่งที่สุดเป็นผู้รับผิดชอบ
