แต่ความจริงแล้วโจทย์ข้อนี้ออกยากอยู่เหมือนกัน เพราะไม่ใช่โจทย์คณิตศาสตร์ทั่วไป แต่ต้องเกี่ยวข้องกับงานของคนจดแต้มแรงงานด้วย แบบนี้ก็ยากแล้ว
เหอเสี่ยวเยว่เป็นคนเริ่มออกโจทย์ข้อแรก
“ฉันคิดว่าคุณสมบัติพื้นฐานที่สุดของคนจดแต้มแรงงานคือจำคนในกองพลได้ทุกคน รวมถึงพวกเราปัญญาชนที่มาอยู่ชนบทด้วย แบบนี้ก็จะได้ไม่จดผิด เพราะงั้นให้พวกเขาเขียนชื่อทุกคนในกองพลจากความจำก็ได้”
หลินเว่ยกั๋วกับเจ้าหน้าที่กองพลอีกสองสามคนเห็นว่าข้อนี้ดี จึงรับไปใช้ทันที
พอเหอเสี่ยวเยว่เริ่มต้น เฉาชิงหยวนก็รีบต่อยอดขึ้นมาทันที
“งั้นออกโจทย์ถามเรื่องประเภทงานที่พวกเขารู้จักกับแต้มแรงงานที่ได้จากงานแต่ละอย่างด้วยได้ไหม?”
ข้อนี้ก็ดีเหมือนกัน
เมื่อเริ่มต้นได้ดี ทุกคนก็เริ่มช่วยกันคิดโจทย์กันใหญ่
แม้แต่สือเยี่ยนก็ออกโจทย์มาข้อหนึ่ง
เป็นการให้ดูตำแหน่งดวงอาทิตย์แล้วกะเวลาโดยประมาณ
“ฉันรู้ว่าในกองพลมีคนไม่ค่อยใส่นาฬิกากัน ส่วนใหญ่ดูเวลากันจากดวงอาทิตย์ เพราะงั้นคนจดแต้มแรงงานที่ได้มาตรฐานก็ควรมีความสามารถนี้ด้วย”
“ไม่อย่างนั้นถ้าเจอสมาชิกที่ชอบมาสายหรือกลับก่อนเวลา จะรู้ได้ยังไงว่าควรหักแต้มแรงงานเท่าไร?”
หลินเว่ยกั๋วมองสือเยี่ยนอย่างชื่นชม โจทย์ข้อนี้ดีจริง ๆ
แต่พอมองโจทย์ที่เพิ่มขึ้นทีละข้อ เขาก็อดเป็นห่วงลูกสาวตัวเองไม่ได้ รู้สึกว่าไม่มีข้อไหนที่เธอจะทำได้เลย
ช่างเถอะ ถือว่าทำข้อสอบเล่น ๆ ก็แล้วกัน เดิมทีก็ไม่ได้หวังให้ลูกสาวไปทำงานอยู่แล้ว
ปัญญาชนที่มาอยู่ชนบทคนอื่น ๆ ก็อยากเสนอความคิดกันบ้าง พวกเขาออกโจทย์มาไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ทั่วไป แทบไม่เกี่ยวกับงานของคนจดแต้มแรงงานเลย
