หลังจากวุ่นวายกันอยู่นาน พอคนตระกูลหลินกลับถึงบ้าน ยังนั่งพักไม่ทันหายเหนื่อยก็ต้องออกไปทำงานแล้ว
พอทุกคนออกไป หลินเหล่าซานก็รีบร้อนจะออกไปอีกคน
หลินหร่านสงสัยอยู่บ้าง
“พี่สาม จะไปไหนหรือ? ขาเจ็บอยู่แท้ ๆ ไม่พักอยู่บ้านสักหน่อยหรือเจ้าคะ?”
“ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอกนิดหน่อย ตอนเย็นอาจกลับช้าหน่อยนะ ฝากบอกคนอื่นให้ด้วยล่ะ”
พูดจบเขาก็วิ่งปรู๊ดออกไป
หลินหร่านมองตามแผ่นหลังของเขา แล้วรีบกำชับเสียงดัง
“พี่สาม อย่าไปทำเรื่องอันตรายอะไรอีกนะเจ้าคะ!”
แต่ตอนนี้หลินเหล่าซานวิ่งหายลับไปแล้ว ไม่รู้ว่าได้ยินหรือเปล่า
หลินหร่านอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะพี่สามคนนี้ดูไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย
แต่พอนึกถึงหลินเว่ยกั๋วที่จะพาคนไปซ่อมคันกั้นน้ำที่อ่างเก็บน้ำในอีกสักครู่ คาดว่าต่อให้ยื่นความกล้าให้หลินเหล่าซานอีกสิบเท่า เขาก็คงไม่กล้าไปจับปลาอีก จึงค่อยวางใจและเลิกสนใจเขา
พอดีตอนนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน นางจึงเข้าไปในมิติเพื่อดูของที่จะเอาออกมาใช้พรุ่งนี้ได้
คิดได้ดังนั้น หลินหร่านก็รีบเข้าไปในห้อง ล็อกประตู แล้ววูบหายเข้าไปในมิติ
ทันทีที่เข้ามา นางก็เห็นต้นผลไม้เริ่มติดผลอีกแล้ว คาดว่าอีกไม่กี่วันก็คงสุกหมด ทำเอานางปวดหัวขึ้นมาทันที
ต้องรู้ก่อนว่าผลไม้ที่เก็บคราวก่อนยังตั้งกองเป็นภูเขาลูกเล็กอยู่บนลานหน้าบ้านไม้ไผ่เลย
มิน่าบรรพบุรุษถึงบอกว่าพืชและสัตว์ในมิติมีวงจรการเติบโตสั้น แต่สั้นเกินไปแล้วกระมัง
ผลไม้มากมายขนาดนี้ ต่อให้นางกินทุกวันก็คงกินไม่หมดหรอก!
ไหนจะสัตว์เลี้ยงในทุ่งเลี้ยงสัตว์อีก นางยิ่งไม่มีโอกาสได้กินเข้าไปใหญ่
