ขณะที่หลินหร่านกำลังจะเข้าบ้านไปอ่านหนังสือ เสียงแผ่วเบาก็ดังมาจากหน้าประตูรั้ว
“พี่หร่านหร่าน หนูขอยืมตะกร้าที่บ้านพี่สักใบได้ไหม? ตะกร้าที่บ้านหนูพัง ยังซ่อมไม่เสร็จเลยค่ะ”
หลินหร่านหันไปมอง เห็นเด็กสาวผมสั้นคนหนึ่งสะพายตะกร้ายืนอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว ดวงตากลมโตชุ่มฉ่ำกะพริบปริบ ๆ มองเธออย่างประหม่า
ผมสั้นเสียจนดูเหมือนเด็กผู้ชาย เห็นได้ชัดว่าตอนขายผมคงตัดออกไปเกือบหมด
ที่สำคัญ เด็กสาวคนนี้ไม่เพียงหน้าซีดเหลือง ผมแห้งกรอบเหลืองซีด รูปร่างยังเตี้ยอีกด้วย สูงแค่ไหล่ของหลินหร่านเท่านั้น เห็นชัดว่าอดอยากมานาน แม้แต่เสื้อผ้าสีหม่นที่สวมอยู่ก็ยังสั้นเต่อ แถมมีรอยปะอยู่หลายแห่ง
หลินหร่านจำได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้เป็นลูกสาวคนที่สามของเลขาฯ เจิ้ง บ้านที่อยู่ติดกัน ชื่อเจิ้งซานหยา ปีนี้อายุ 14 ปี
แค่ฟังชื่อก็รู้แล้วว่าเธอไม่ได้เป็นที่รักใคร่ในบ้านเจิ้งสักเท่าไร
ก่อนหน้านี้หลินหร่านเรียนอยู่ที่โรงเรียนมาตลอด จะให้ไปเล่นกับเด็กอย่างเจิ้งซานหยาที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ต้องตื่นแต่เช้าตรู่และทำงานจนมืดค่ำทุกวัน แทบไม่มีเวลาว่าง ก็คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นทั้งคู่จึงไม่ค่อยสนิทกันนัก
พอได้ยินว่าเธอจะขอยืมตะกร้า หลินหร่านก็ยื่นตะกร้าในลานบ้านให้โดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นตะกร้าที่อีกฝ่ายสะพายอยู่ ก็อดถามไม่ได้
“นี่จะไปตัดหญ้าหมูสองตะกร้าเหรอ?”
ในความทรงจำ เจิ้งซานหยาเริ่มทำงานแลกแต้มตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะยังเด็ก จึงถูกจัดให้ไปตัดหญ้าหมู
เจิ้งซานหยาส่ายหน้ารัว ๆ
“ไม่ใช่ค่ะพี่หร่านหร่าน ตอนเช้าหนูต้องตัดหญ้าหมูแค่ตะกร้าเดียว ที่ยืมตะกร้าก็เพราะจะไปขุดผักป่า ช่วงก่อนฝนเพิ่งตก ตรงเชิงเขาน่าจะมีผักป่าผุดขึ้นมาเยอะ ถ้าโชคดีอาจเก็บเห็ดได้ด้วยค่ะ”
